บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด และบริษัทในกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร
HOME LIVING TOGETHER
ธุรกิจพืชครบวงจรดำเนินธุรกิจโดยตระหนักถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า ควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ภายใต้ “โครงการธรรมชาติปลอดภัย เครือเจริญโภคภัณฑ์” โดยมุ่งให้ความรู้และปลูกจิตสำนึกแก่เยาวชนและชุมชน ปกป้องและฟื้นฟูพื้นที่ป่าและต้นน้ำ พร้อมส่งเสริมอาชีพและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่พึ่งพาพื้นที่ป่า
การดำเนินงานขับเคลื่อนผ่านการให้ความรู้ การสนับสนุนการปกป้องพื้นที่ การฟื้นฟูป่า และการพัฒนาอาชีพ เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ในการสร้างคุณค่าแก่สังคมเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน โดยกำหนดเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การลดก๊าซเรือนกระจก ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน การจัดการน้ำ การอนุรักษ์ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ และการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ
-
การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
-
เศรษฐกิจหมุนเวียน
-
การดูแลรักษาทรัพยากรน้ำ
-
การปกป้องระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ
-
การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ
สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน
SDG 7 พลังงานที่สะอาดและสามารถซื้อหาได้
7.2 เพิ่มสัตส่วนของพลังงานทดแทนในการใช้พลังงามซองโลก
7.3 เพิ่มอัตราการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานของโลกให้เพิ่มขึ้น 2 เท่า
SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
11.6 ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเขตเมือง
SDG 12 การบริโภค และการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ
12.2 การจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติ
12.3 ลดขยะเศษอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่ง
12.5 ลดการเกิดของเสียอย่างจริงจัง
SDG 13 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
13.3 การสร้างความตระหนักรู้และซีดความสามารถในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
มุมมองของเรา
ธุรกิจพืชครบวงจร มีความมุ่งมั่นในการพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมาตรการในการติดตามอย่างต่อเนื่อง บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง ยึดหลักปฏิบัติตามหลักสากลที่เกี่ยวข้อง บูรณาการเข้ากับหลักการดำเนินงานธุรกิจ ที่ให้ความสำคัญในเรื่อง ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ผลการดำเนินงานปี 2567
ข้อมูลเพื่อการจัดการพลังงาน
การประเมินความเสี่ยงและโอกาส ด้านสภาพภูมิอากาศตามกรอบแนวทางของ TCFD
กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจรกำหนดกรอบการดำเนินงานเพื่อบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตลอดห่วงโซ่อุปทาน กำหนดนโยบายและเป้าหมายที่ครอบคลุมถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน การจัดการของเสีย การลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก มีการประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านสภาพภูมิอากาศและในอนาคตจะมีการจัดทำ Scenario Analysis ตามแนวทางของ Task Force on Climate-Related Financial Disclosure (TCFD) จัดทำแผนงานที่ครอบคลุมรอบด้าน เช่น ความเสี่ยงทั้งด้านกายภาพ เทคโนโลยี การตลาดนโยบาย และกฎข้อบังคับ ชื่อเสียงองค์กร เป็นต้น
กรอบการดำเนินงานด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เป้าหมายคาดการณ์การลดก๊าซเรือนกระจก
โครงการธรรมชาติปลอดภัย เครือเจริญโภคภัณฑ์
ปัจจุบันความไม่ปลอดภัยของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร สัตว์ป่า คูคลอง และแม่น้ำ ล้วนถูกมนุษย์รุกล้ำทำลายอย่างมาก ส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิถีความเป็นอยู่ของมนุษย์เอง ขณะที่ธรรมชาติไม่สามารถปกป้องตัวเอง และยังไม่สามารถรักษาสมดุลของสภาพแวดล้อมต่างๆโดยการขัดขวางการกระทำของมนุษย์ได้
เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง การปกป้องและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมให้คงอยู่สืบไป จึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่ต้องร่วมมือกัน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ปลูกจิตสำนึกในการรับผิดชอบและการมีส่วนร่วมในการปกป้องธรรมชาติให้ปลอดภัยจากการถูกทำลาย
เครือเจริญโภคภัณฑ์ มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญต่อการลดผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ ควบคู่ไปกับการภาคีเครือข่ายในพื้นที่ต่างๆ ในการดูแลฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่างๆ
ซึ่งเป็นนโยบายที่ท่านประธานธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจพืชครบวงจร จึงได้สนองแนวนโยบายดังกล่าว โดยได้มีการแสดงเจตนารมณ์ ในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ เพื่อดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการธรรมชาติปลอดภัย ตั้งแต่พ.ศ. 2555 จนถึงปัจจุบัน
วัตถุประสงค์โครงการธรรมชาติปลอดภัยฯ
1.เพื่อให้ความรู้และปลูกจิตสำนึกต่อเยาวชนรวมทั้งชุมชนในการ อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างมีความสุข
2.เพื่อปกป้อง ปราบปราม และรณรงค์เชิงรุกสำหรับพื้นที่ที่ยังคง ความสมบูรณ์ ทั้งในระดับพื้นที่ และภาพรวมทั้งประเทศ
3.เพื่อฟื้นฟูปลูกป่ารักษาต้นน้ำในพื้นที่ที่เกิดความเสียหาย โดยปลูกป่าให้เหมาะกับพื้นที่นั้นๆ เช่น ปลูกไม้เนื้ออ่อน ไม้เนื้อแข็งที่เป็นไม้พื้นเดิม ไม้มีค่าไม้หายาก ไม้ยึดดินไม้ซับน้ำ และไม้เพื่อเป็นอาหารสัตว์
4.เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนที่ใช้พื้นที่ป่าเป็นพื้นที่ทำกินได้มีแนวทาง ในการประกอบอาชีพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
พื้นที่ดำเนินการโครงการธรรมชาติปลอดภัยฯ : 4 จังหวัด 6 พื้นที่ได้แก่
พื้นที่ที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย 2 พื้นที่
1.1 โครงการธรรมชาติปลอดภัยแม่แจ่ม อำเภอแม่แจ่ม
1.2 โครงการธรรมชาติปลอดภัยอ.พร้าว อำเภอพร้าว
พื้นที่ที่ 2 จังหวัดน่าน ประกอบด้วย 2 พื้นที่
2.1 โครงการธรรมชาติปลอดภัย อำเภอสันติสุข
2.2 โครงการธรรมชาติปลอดภัย อำเภอเชียงกลาง
พื้นที่ที่ 3 จังหวัดอุทัยธานี
3.1 โครงการธรรมชาติปลอดภัยในผืนป่าตะวันตก อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี
พื้นที่ที่ 4 จังหวัดกำแพงเพชร
4.1 โครงการจัดการระบบนิเวศในพื้นที่ป่าสงวนและแนวเชื่อมต่อป่าตะวันตก อำเภอโกสัมพีนคร
โครงการธรรมชาติปลอดภัยแม่แจ่ม อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิต ของการปลูกข้าวในแปลงนำร่อง
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน
SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
11.6 ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเขตเมือง
SDG 12 การบริโภค และการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ
12.2 การจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติ
12.3 ลดขยะเศษอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่ง
12.5 ลดการเกิดของเสียอย่างจริงจัง
มุมมองของเรา
ธุรกิจพืชครบวงจร มีความมุ่งมั่นดำเนินงานที่มุ่งเน้นด้านการจัดการทรัพยากรอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้มีส่วนใดถูกทิ้งอย่างสูญเปล่า ผลิตภัณฑ์และวัสดุจะถูกเก็บไว้ใช้ซ้ำ ผลิตซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่ ตราบเท่าที่ทรัพยากรเหล่านั้นถูกใช้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับของเสียที่เกิดขึ้น ไม่จัดการของเสียด้วยวิธีฝังกลบ และพัฒนาแนวทางการออกแบบภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ยั่งยืน
โดยมีเป้าหมายให้ทุกบริษัทในกลุ่มธุรกิจ
1.ลดปริมาณขยะอาหารเป็นศูนย์ (Zero Food Waste)
2.ไม่มีการจัดการของเสียทั่วไปด้วย วิธีฝังกลบ (Zero Waste to Landfill)
3.บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ทั้งหมดสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ใช้ซ้ำ หรือย่อยสลายได้
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
การบริหารจัดการของเสีย (WASTE MANAGEMENT)
แนวทางการบริหารจัดการ
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน
SDG 6น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล
6.3 ปรับปรุงคุณภาพน้ำ การบำบัดน้ำเสียและการใช้ซ้ำที่ปลอดภัย
6.4 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและสร้างหลักประกันว่าจะมีการจัดหาน้ำ
6.5 ดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบองค์รวม
6.B สนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนาการจัดการน้ำและสุขอนามัย
SDG 12 การบริโภค และการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ
12.2 การจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติ
SDG 14สิ่งมีชีวิตในท้องทะเล
14.1 การลดมลพิษทางทะเล
มุมมองของเรา
ประชาชนครึ่งหนึ่งของโลก ประสบกับภาวะขาดแคลนน้ำ หากยังคงมีการใช้น้ำที่ฟุ่มเฟือย ยิ่งไปกว่านั้นสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ระบุว่าประเด็นด้านทรัพยากรน้ำ เป็นประเด็นทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่สุดประเด็นหนึ่งในปี 2560 การรักษาความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resource Security) โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำสะอาด เป็นประเด็นที่ภาคเอกชน จำเป็นต้องให้ความสำคัญ ธุรกิจพืชครบวงจรให้ความสำคัญและใส่ใจกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งยังเป็นการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน
แนวทางการบริหารจัดการ
น้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่จำเป็นต่อทุกชีวิต มีผลโดยตรงต่อการดำเนินชีวิตอย่างมั่นคง ขณะเดียวกันยังมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ในปัจจุบันการขาดแคลนน้ำกลายเป็นประเด็นที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก เครือเจริญโภคภัณฑ์ ตระหนักถึงปัญหาและความเสี่ยงดังกล่าว จึงได้กำหนดแนวปฏิบัติเพื่อให้มั่นใจว่า การดำเนินธุรกิจจะสามารถรักษาสมดุลการใช้น้ำกับความต้องการน้ำของชุมชนและธรรมชาติดังนี้
การดำเนินงานด้านการจัดการเปลี่ยนแปลงทรัพยากรน้ำ
การประเมินความเสี่ยงด้านน้ำแบบบูรณาการ
ธุรกิจพืชครบวงจร ได้พัฒนากรอบการดำเนินงานเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงด้านทรัพยากรน้ำ เพื่อนำไปใช้กับทุกหน่วยงานในทุกกลุ่มธุรกิจ การจัดทำการประเมินจะคำนึงถึงปัจจัยความเสี่ยงในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านปริมาณน้ำที่นำมาใช้ของแต่ละหน่วยงาน และด้านความเครียดน้ำ (Baseline water stress) โดยใช้เครื่องมือ Aqueduct Water Risk Atlas ของ World Resources Institute (WRI) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล จากนั้นจะนำผลการประเมินมาจัดระดับตามความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำ 3 ระดับ เพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการด้านน้ำต่อไป
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
การดูแลรักษาทรัพยากรน้ำ
สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน
SDG 6น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล
6.6 ปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำ
SDG 14สิ่งมีชีวิตในท้องทะเล
14.2 การปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศ
14.4 การประมงอย่างยั่งยืน
14.5 การอนุรักษ์ชายฝั่งและพื้นที่ทางทะเล
SDG 15 สิ่งมีชีวิตบนผืนดิน
15.1 การอนุรักษ์ และฟื้นฟูการใช้ระบบนิเวศบนบกและในน้ำจืด
15.2 หยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า และฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรม
15.4 สร้างหลักประกันว่าจะมีการอนุรักษ์ระบบนิเวศภูเขา
15.5 ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ
มุมมองของเรา
ธุรกิจพืชครบวงจร ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบและปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และระบบนิเวศให้มีความสมบูรณ์ ผ่านการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมในการดูแลและลดผลกระทบเหล่านี้ บริษัทยังได้ประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพของโลกอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งมั่นอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างรับผิดชอบ ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบก ป่าไม้และความหลากหลายทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน
แนวทางการบริหารจัดการ
ธุรกิจพืชครบวงจร มีความเชื่อว่าการปกป้องระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพบนพื้นฐานของการใช้ทรัพยากรอย่างเท่าเทียมกัน เป็นความรับผิดชอบของทุกภาคส่วนในสังคม จึงกำหนดแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับปฏิญญาริโอ ว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา และอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพดังนี้
1.มีส่วนร่วมอย่างรับผิดชอบในการปกป้องระบบนิเวศและความ หลากหลายทางชีวภาพ โดยปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ รวมถึงมาตรฐานสากล และกำหนดเป้าหมายระยะยาว เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนให้ความร่วมมือกับองค์กรที่ทำงานด้านการอนุรักษ์
2.ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดห่วงโซ่อุปทานให้มากที่สุด ด้วยการพัฒนาแนวทางการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ ป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า และสร้างความมั่นใจว่ามีการดำเนินการตามแนวทางอย่างมีประสิทธิภาพ
3.มีการประเมินความเสี่ยงผลกระทบต่อระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการดำเนินงาน แลและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการดำเนินงาน และการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
4.ส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับการปกป้องระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ ให้แก่พนักงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญ ด้วยการจัดฝึกอบรม การแบ่งปันความรู้ หรือการจัดกิจกรรมรณรงค์
5.เผยแพร่ข้อมูลและผลการดำเนินงาน ด้านการปกป้องระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านรายงานความยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อรายงานสถานะความคืบหน้าของการดำเนินงานปัจจุบันเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ
6.พัฒนาความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGOs) สถาบันการศึกษา ชุมชน และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพในระดับประเทศหรือระดับโลก
กรอบการดำเนินงานด้านการปกป้องระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
การปกป้องระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ
สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน
SDG 4 คุณภาพการศึกษา
4.4 เพิ่มจำนวนประชาชนที่มีทักษะที่จำเป็น และการเป็นผู้ประกอบการ
SDG 8 งานที่เหมาะสม และการเติบโตทางเศรษฐกิจ
8.3 ส่งเสริมนโยบายที่มุ่งเน้นการสร้างงานและความเป็นผู้ประกอบการ
SDG 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน
9.4 ปรับปรุงอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ ทรัพยากรและการใช้เทคโนโลยี
มุมมองของเรา
เราตระหนักดีว่า ความแข็งแกร่งของห่วงโซ่ขึ้นอยู่กับโซ่ข้อที่แข็งแกร่งน้อยที่สุด ด้วยเหตุนี้บริษัท จึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับคู่ค้าธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อมุ่งสู่การปฏิบัติที่เป็นเลิศ ครบทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมบริษัทฯ ถือเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ในการขับเคลื่อน เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก ข้อจำกัดดังกล่าวมิได้ทำให้บริษัทย่อท้อ แต่ในทางกลับกันบริษัทยังคงมุ่งมั่นอย่างตั้งใจจริง เพื่อพัฒนาศักยภาพของคู่ค้าให้ดียิ่งขึ้น เราจะร่วมกันคิด ร่วมกันสร้าง เพื่อก้าวสู่ความยั่งยืนไปพร้อมๆกัน นอกจากนี้บริษัท ยังสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อพัฒนาประเทศ ที่บริษัทได้มีการดำเนินธุรกิจหรือเข้าไปลงทุน ตามหลักค่านิยม 3 ประโยชน์
การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ
แนวทางการบริหารจัดการ
ธุรกิจพืชครบวงจร ให้ความสำคัญกับการบริหาร ห่วงโซ่อุปทานโดยการกำหนดขั้นตอนการบริหาร เพื่อเป็นแนวทางสำหรับทุกบริษัทในกลุ่มธุรกิจฯ ให้มีการบริหารห่วงโซ่อุปทาน ไปในทิศทางเดียวกัน โดยในการบริหารห่วงโซ่ อุปทานนั้น กลุ่มธุรกิจฯ เริ่มต้นจากการสื่อสารคู่มือ จรรยาบรรณสำหรับคู่ค้า ไปยังคู่ค้าธุรกิจทุกราย เพื่อให้คู่ค้าธุรกิจได้รับทราบนโยบายและความ คาดหวังของกลุ่มธุรกิจฯ และสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง
การสร้างความตระหนักและความเสี่ยง
ธุรกิจพืชครบวงจร มีการดำเนินงานธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าเป็นจำนวนมาก ทางกลุ่มธุรกิจได้รับนโยบายจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ และมีความมุ่งมั่นในการสร้างความตระหนักเรื่องการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ กับคู่ค้าธุรกิจหลัก (Critical Supplier) เป็นอันดับแรก โดยหลักการที่ใช้ในการแบ่งประเภทคู่ค้าหลักมีดังนี้
นอกจากนี้ได้บ่งชี้เพื่อค้นหาคู่ค้าธุรกิจที่มีความเสี่ยงด้วยการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทานผ่านเกณฑ์ประเมิน 2 มิติ คือระดับความรุนแรงของผลกระทบ และโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงซึ่งประเด็นความเสี่ยงที่ใช้ในการประเมินนำมาจากช่องทาง ที่เชื่อถือได้ดังนี้ 1) ข่าวสาร 2) ผลการดำเนินงานในอดีต 3) ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรม และ 4) แนวโน้ม ความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดในอนาคต ทั้งนี้การประเมินความเสี่ยงครอบคลุมถึงกลุ่มวัตถุดิบ กลุ่มบรรจุภัณฑ์ และกลุ่มผู้ให้บริการที่ไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะคู่ค้าธุรกิจลำดับที่ 1 (Tier1) ที่ทำการซื้อ-ขายโดยตรงเท่านั้นแต่ยังคงรวมถึงคู่ค้าธุรกิจลำดับอื่นๆ (Non-Tier 1) อีกด้วย
การกำหนดประเทศคู่ค้าหลัก
การบ่งชี้คู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูง
เกณฑ์การตรวจประเมินคู่ค้าสำคัญ
ขั้นตอนและวิธีการปฎิบัติเพื่อการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ