บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในกลุ่มธุรกิจข้าว ขนส่ง และบริการ
HOME LIVING TOGETHER
บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดการใช้ทรัพยากร ธรรมชาติให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดควบคู่ไปกับหลักการดำเนินธุรกิจขององค์กรภายใต้แนวคิด “Green Culture” ปลูกฝังอยู่ในกิจกรรมของคนในองค์กรสื่อไปถึงตราสินค้าและผลิตภัณฑ์ขององค์กร เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ในการเป็นบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจข้าวครบวงจร และเกษตรอุตสาหกรรม ภายใต้กรอบวิสัยทัศน์ พันธกิจ และนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัยสิ่งแวดล้อม พลังงานและประสิทธิภาพ จึงกำหนดเป้าหมายความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
-
การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
-
เศรษฐกิจหมุนเวียน
-
การดูแลรักษาทรัพยากรน้ำ
-
การปกป้องระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ
-
การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ
สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน
SDG 7 พลังงานที่สะอาดและสามารถซื้อหาได้
7.2 เพิ่มสัตส่วนของพลังงานทดแทนในการใช้พลังงามซองโลก
7.3 เพิ่มอัตราการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานของโลกให้เพิ่มขึ้น 2 เท่า
SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
11.6 ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเขตเมือง
SDG 12 การบริโภค และการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ
12.2 การจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติ
12.3 ลดขยะเศษอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่ง
12.5 ลดการเกิดของเสียอย่างจริงจัง
SDG 13 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
13.3 การสร้างความตระหนักรู้และซีดความสามารถในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
มุมมองของเรา
ภายใต้ความท้าทายจากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งบริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้เล็งเห็นถึงโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงในการสร้างแรงผลักดันและสนับสนุนให้ทุกบริษัท
บริษัทฯ ที่มีความมุ่งมั่นในการพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมาตรการในการติดตามอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมีส่วนร่วมในการลดผลการะทบต่อสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง ยึดหลักปฏิบัติตามหลักสากลที่เกี่ยวข้อง บูรณาการเข้ากับหลักการดำเนินงานธุรกิจที่ให้ความสำคัญในเรื่องผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งมีการสนับสนุนกลไก ลดก๊าซเรือนกระจกของภาครัฐ และการให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองฉลากคาร์บอน จากความมุ่งมั่นนี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายลดการใช้พลาสติกสำหรับบรรจุภัณฑ์เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
ข้อมูลเพื่อการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ข้อมูลเพื่อการจัดการพลังงาน
กรอบการดำเนินงานด้านการจัดการ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
GUIDELINES FOR MANAGING GREENHOUSE GAS EMISSIONS
การส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
การส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ออกแบบการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานให้มีประสิทธิภาพ โดยได้มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพที่มากขึ้น เพื่อลดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด
Case Study
ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
การดำเนินงาน
บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด มุ่งมั่นในการอนุรักษ์พลังงานและให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมหมุนเวียน โดยบริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นพลังงานสะอาดที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
จึงทำการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) โรงงานทั้ง 5 แห่งทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะโรงงานข้าวนครหลวง ซึ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่และใช้เครื่องจักรอุปกรณ์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงในการผลิต มีอาคารผลิตอาคาร 7 ชั้น ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้แรงโน้มถ่วงลำเลียงข้าว อีกทั้งส่วนของสำนักงานที่ดีไซด์เป็นรูปเมล็ดข้าว ด้านบนสุดของอาคารเป็น Green Roof ช่วยลดความร้อนที่แผ่เข้ามาอีกด้วย
การใช้เครื่องอัดอากาศประสิทธิภาพสูง
การดำเนินงาน
บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด มีการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม โดยการเปลี่ยนมาใช้เครื่องอัดอากาศประสิทธิภาพสูง และมีการจัดทำมาตรการปรับตั้งความดันที่เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งยังมีการตรวจสอบจุดลมรั่วและแก้ไขในระบบอากาศอัดเป็นประจำ
ส่งเสริมการใช้คอมเพรสเซอร์เครื่องทำความเย็นประสิทธิภาพสูง
การดำเนินงาน
บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด เริ่มตั้งแต่การออกแบบและเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเหมาะสมในการก่อสร้างห้องเย็นขนาดใหญ่ มีการบริหารจัดการ การดูแลบำรุงรักษา มีการจัดทำโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพในระบบทำความเย็น และมาตรการส่งเสริมการใช้คอมเพรสเซอร์เครื่องทำความเย็นประสิทธิภาพสูง
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิต ของการปลูกข้าวในแปลงนำร่อง
ขอบเขตการศึกษา
ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของการผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิ 1 กิโลกรัม
การประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์
ทางธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ดำเนินการโครงการกระบวนการวิเคราะห์และประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์ ตลอดวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การขนส่ง การประกอบชิ้นส่วน การใช้งาน และการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังใช้งาน โดยคำนวณออกมาในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเป็นแนวทาง เพื่อบริหารจัดการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่พิจารณาอย่างครบถ้วนและรอบด้าน มุ่งการลดผลกระทบให้ตรงจุุด เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้มีการนำแนวคิดการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และดำเนินการขอการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์ (Carbon Footprint of Product) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุุบัน โดยมีการดำเนินการ 4 ผลิตภัณฑ์ ดังนี้
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน
SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
11.6 ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเขตเมือง
SDG 12 การบริโภค และการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ
12.2 การจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติ
12.3 ลดขยะเศษอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่ง
12.5 ลดการเกิดของเสียอย่างจริงจัง
มุมมองของเรา
บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ มีความมุ่งมั่นดำเนินงานที่มุ่งเน้นด้านการจัดการทรัพยากรอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้มีส่วนใดถูกทิ้งอย่างสูญเปล่า ผลิตภัณฑ์และวัสดุจะถูกเก็บไว้ใช้ซ้ำ ผลิตซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่ ตราบเท่าที่ทรัพยากรเหล่านั้นถูกใช้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับของเสียที่เกิดขึ้น ไม่จัดการของเสียด้วยวิธีฝังกลบ และพัฒนาแนวทางการออกแบบภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายให้ทุกบริษัทในกลุ่มธุรกิจ (1) ลดปริบรรจุมาณขยะอาหารเป็นศูนย์ (Zero Food Waste) (2) ไม่มีการกำจัดของเสียทั่วไปด้วย วิธีฝังกลบ (Zero Waste to Landfill) และ (3) บรรจุภัณฑ์พลาสติกทีใช้ทั้งหมดสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ใช้ซ้ำ หรือย่อยสลายได้
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
ข้อมูลเพื่อการจัดการของเสีย
*หมายเหตุ 1 :
1.ของเสียทั้งหมดนั้น ดำเนินการแบบ offsite
2.ปริมาณของเสียของบริษัท ท่าเรืออยุธยาและไอซีดี จำกัด ดำเนินการจัดการรวมกับบริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด (โรงงานข้าวนครหลวง) เนื่องจากมีพื้นที่ใกล้เคียงกันจึงใช้ระบบการจัดการของเสียร่วมกัน
3.กระบวนการจัดการของเสียมีการว่าจ้างผู้รับกำจัดของเสียที่ได้รับใบอนุญาตจากราชการ ได้แก่ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน), บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน)
ปริมาณของเสียต่อรายได้
ข้อมูลด้านการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ยั่งยืน
ผลการดำเนินงานปี 2566
การบริหารจัดการของเสีย
บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ ให้ความสำคัญในด้านการบริหารจัดการของเสียตลอดทั้งห่วงชคุณค่า โดยในปี 2564 ได้มีการประกาศใข้นโยบาย การจัดการของเสีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ถือปฏิบัติ เพื่อให้ทุกบริษัทดำเนินการตามแนวทางในการบรรลุเป้าหมายขยะอาหารและของเสียที่ถูกนำไปฝังกลบเป็นศูนย์ภายในปี 2573
ทั้งนี้เครือฯ จึงได้กำหนดแนวทาง การบริหารจัดการของเสียไว้ดังนี้
การบริหารจัดการการสูญเสียอาหาร และขยะอาหาร
บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการมีการคำนึงถึงการบริหารจัดการการสูญเสียอาหาร ตลอดทั้งห่วงโช่อุปทาน ตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูกไปจนถึงการบริโภคของ ลูกค้า ธุรกิจฯ มุ่งมั่นที่จะดำเนินงานตามนโยบายเพื่อลดการสูญเสียอาหาร และบรรลุเป้าหมายขยะอาหารและของเสียที่ถูกนำไปฝังกลบเป็น ศูนย์ภายในปี 2573
โครงการพัฒนาระบบเกษตรฟื้นฟูระบบนิเวศ
ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ จับมือกับทีม Unilever และ ม.เกษตรฯ ขับเคลื่อน โครงการพัฒนาระบบเกษตรฟื้นฟูระบบนิเวศ
ดร.สดุดี สุพรรณไพ รองกรรมการผู้จัดการสำนักบริหารความยั่งยืนฯ ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ พร้อมด้วยคุณสุดา วิมลทรัพย์สิน ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย บริษัท ซี.พี. ฟู้ดสโตร์ จำกัด ให้การต้อนรับ คุณ Caroline Guillaume, Camille Raivavae Marketing – Regional และคณะของบริษัท Unileverลงพื้นที่ศึกษาดูงานพื้นที่ความร่วมมือโครงการพัฒนาระบบเกษตรฟื้นฟูระบบนิเวศ (Regenerative Agriculture) เพื่อความร่วมมือในกาลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างมูลค่าเพิ่มในอุปทานการเกษตร โดยโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ เครือเจริญโภคภัณฑ์กับคู่ค้า Unilever ผ่านกองทุน Livelihood Fund ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมพัฒนาโครงการ ในพื้นที่ปลูกข้าวจังหวัดบุรีรัมย์และศรีสะเกษ ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 6 ราย พื้นที่เพาะปลูกรวม 55 ไร่ และในปี 2567 ตั้งเป้าที่จะขยายเกษตรกรในโครงการฯ จำนวน 500 ราย และมีพื้นที่เพาะปลูกรวม 5,000 ไร่
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน
SDG 6น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล
6.3 ปรับปรุงคุณภาพน้ำ การบำบัดน้ำเสียและการใช้ซ้ำที่ปลอดภัย
6.4 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและสร้างหลักประกันว่าจะมีการจัดหาน้ำ
6.5 ดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบองค์รวม
6.B สนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนาการจัดการน้ำและสุขอนามัย
SDG 12 การบริโภค และการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ
12.2 การจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติ
SDG 14สิ่งมีชีวิตในท้องทะเล
14.1 การลดมลพิษทางทะเล
มุมมองของเรา
ประชาชนครึ่งหนึ่งของโลก จะประสบกับภาวะขาดแคลนน้ำ หากยังคงมีการใช้น้ำที่ฟุ่มเฟื่อย ยิ่งไปกว่านั้นสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ระบุว่าประเด็นด้านทรัพยากรน้ำเป็นประเด็นทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่สุดประเด็นหนึ่งในปี 2560 การรักษาความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resource Security) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำสะอาด เป็นประเด็นที่ภาคเอกชนจำเป็นต้องให้ความสำคัญ บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ให้ความสำคัญและใส่ใจกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งยังเป็นการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป้าหมายที่ 6 ตระหนักดีถึงความท้าทายและความสำคัญในการดูแลรักษาทรัพยากรน้ำตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยมุ่งมั่นบริหารจัดการทรัพยากรน้ำครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้อง พัฒนากระบวนการ เทคโนโลยี นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงนี้ เพื่อผลักดันให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
ข้อมูลเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำ
ผลการดำเนินงานปี 2566
ข้อมูลเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำ
การดูแลรักษาทรัพยากรน้ำ
แนวทางการบริหารจัดการ
ธุรกิจข้าว ขนส่ง และบริการดำเนินงานด้านการดูแลรักษาทรัพยากรน้ำภายใต้ UN Global Compact และนโยบายการดูแลรักษาทรัพยากรน้ำภายใต้นโยบายความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเครือเจริญโภคภัณฑ์ รวมถึงตามกรอบการดำเนินงาน ด้านการดูแลทรัพยากรน้ำ เพื่อเป็นแนวทางให้บรรลุตามเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ ครอบคลุมการประเมินความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ พร้อมทั้งวางแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านน้ำทั้งขององค์กรและ คู่ค้ารายสำคัญการส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
การดำเนินงานด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การประเมินความเสี่ยงด้านน้ำแบบบูรณาการ เพื่อการวางแผนบริหารจัดการน้ำตลอดห่วงโซ่อุปทาน
บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ ได้พัฒนากรอบการดำเนินงานเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงด้านทรัพยากรน้ำเพื่อนำไปใช้กับทุุกหน่วยงานในทุุกกลุ่มธุรกิจฯ การจัดทำ การประเมินจะคำนึงถึงปัจจัยความเสี่ยงในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านปริมาณน้ำที่นำมาใช้ของแต่ละหน่วยงานและ ด้านความเครียดน้ำ (Baseline water stress) โดยใช้เครื่องมือ Aqueduct Water Risk Atlas ของ World Resources Institute (WRI) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล จากนั้นจะนำผลการประเมินมาจัดระดับตามความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำ 3 ระดับ เพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการด้านน้ำต่อไป
กรอบการดําเนินงานในการประเมินความเสี่ยงด้านนํ้า
การดำเนินงานด้านการบริหารการจัดการน้ำของคู่ค้า เพื่อการวางแผนบริหารจัดการน้ำตลอดห่วงโซ่อุปทาน
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ มีความมุ่งมั่นในการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และให้ความสำคัญในเรื่องของการบริหรจัดการด้านน้ำตลอดห่วงโซ่อุปทานบริษัทฯ จึงได้พัฒนาแนวทางการบริหารจัดการด้านน้ำของคู่ค้าซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญต่อธุรกิจ เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้ามีการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพลดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ ร่วมกันรณรงค์และอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้คงอยู่ตลอดไป
CASE STUDY
รักษ์ลุ่มน้ำป่าสัก ปีที่ 3

เพิ่มความหลากหลายให้กับระบบนิเวศทางน้ำของแม่น้ำป่าสัก

ผู้บริหารและพนักงานจาก โรงงานข้าวนครหลวง โรงงานข้าววังแดง โรงสีข้าวสุพรรณบุรี ท่าเรืออยุธยาและไอซีดี โรงงานปรับสภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด งานวิจัยเมล็ดพันธุ์ งานผลิตเมล็ดพันธุ์หลัก งานผลิตปุ๋ยอินทรีย์และเคมี ซึ่งดำเนินธุรกิจอยู่กับลำน้ำป่าสัก มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบและปกป้อง ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศทางน้ำของลุ่มแม่น้ำป่าสักให้มีความอุดมสมบูรณ์

ฉัตรเกษตรน่ารู้ : โชว์ไอเดีย วัดระดับน้ำในนาข้าวสมัยใหม่!!!
“ระดับน้ำ” ในนาข้าวนั้นมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของข้าว รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมวัชพืช โดยการให้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ต้องพิจารณาถึงความต้องการน้ำของข้าวในแต่ละช่วงการเจริญเติบโตที่แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือระยะกล้า ระยะแตกกอ ระยะตั้งท้องออกดอก ระยะน้ำนมและข้าวสุก
“ระดับน้ำ” ในนาข้าวนั้นมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของข้าว รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมวัชพืช โดยการให้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ต้องพิจารณาถึงความต้องการน้ำของข้าวในแต่ละช่วงการเจริญเติบโตที่แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือระยะกล้า ระยะ แตกกอ ระยะตั้งท้องออกดอก ระยะน้ำนมและข้าวสุก
ดังนั้น ชาวนาต้องคอยวัดระดับในแปลงให้เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งภูมิปัญญาที่ใช่กันมาตั้งแต่อดีตนั้นคือ “ท่อดูน้ำ” ทำได้ง่ายๆ โดยการใช้ ท่อพีวีซีขนาดความยาว 30 ซม.เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว เจาะรู 4 – 5 แถวรอบ ๆ ท่อ แต่ละรูห่างกัน 5 ซม. จากนั้นฝังลงดินลึก 30-40 ซม. ให้ปากท่อโผล่ขึ้นพ้นผิวดิน 5 ซม. สุดท้ายคือควักดินในท่อออกมา (หรือถ้าขุดดินก่อนฝังท่อก็ไม่ต้องนำดินออกแล้ว) เพื่อให้น้ำในแปลงนาไหลเข้ามาในรูที่เจาะ
โดยปกติแล้วชาวนา จะต้องมาดูระดับน้ำในท่อนี้เรื่อยๆ เพื่อรักษาระดับน้ำให้เหมาะสม (ดังนั้น จึงควรปรับพื้นนาให้เสมอกันทั่วทั้งแปลง เพื่อความแม่นยำของระดับน้ำ) หากมีเวลาอย่างเพียงพอก็ไม่น่ามีปัญหา แต่หากเป็นคนที่มีเวลาไม่มาก มีที่นาหลายๆ แปลง และแต่ละแปลงอยู่ห่างกันนั้น คงใช้เวลาอยู่เหมือนกัน
“น้องอิท-อิทธิพล จันทร์นุ่ม” เป็นหนึ่งในเกษตรกร เจนเนอเรชั่นลูก-หลาน ซึ่งรับช่วงต่อจากบรรพบุรุษ ที่มีอาชีพประจำ จึงไม่ค่อยมีเวลามากนัก ให้มาดูน้ำที่นาทุกวันคงทำไม่ไหว ทำให้ต้องคิดแก้ปัญหาโดยใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยลองไปดูกันว่า เจ้าเทคโนโลยีที่ว่านั้นคืออะไร?!

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
การดูแลรักษาทรัพยากรน้ำ
สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน
SDG 6น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล
6.6 ปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำ
SDG 14สิ่งมีชีวิตในท้องทะเล
14.2 การปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศ
14.4 การประมงอย่างยั่งยืน
14.5 การอนุรักษ์ชายฝั่งและพื้นที่ทางทะเล
SDG 15 สิ่งมีชีวิตบนผืนดิน
15.1 การอนุรักษ์ และฟื้นฟูการใช้ระบบนิเวศบนบกและในน้ำจืด
15.2 หยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า และฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรม
15.4 สร้างหลักประกันว่าจะมีการอนุรักษ์ระบบนิเวศภูเขา
15.5 ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและถิ่นที่อยุ่ตามธรรมชาติ
มุมมองของเรา
บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบและปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และระบบนิเวศใหม่ความสมบูรณ์ ผ่านการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมในการดูแลและลดผลกระทบเหล่านี้ บริษัทฯ ยังได้ประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพของโลกอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งมั่นอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างรับผิดชอบ ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบก ป่าม้ และความหลากหลายทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
การบริหารจัดการปกป้องระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ
แนวทางการบริหารจัดการ
ธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพมาโดยตลอดโดยยึดมั่นดำเนินการตามหลักการดังกล่าวตั้งแต่การเลือกสถานที่ตั้งสถานประกอบการที่ไม่อยู่ในแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ มาตรฐาน และกฎกระทรวงที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ประเมินผลกระทบและกำหนดมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการจัดหาวัตถุดิบทางการเกษตรที่มาจากแหล่งที่รับผิดชอบและไม่บุกรุกพื้นที่ป่าและทรัพยากรทางทะเล มีส่วนร่วมผลักดันการปกป้อง ฟื้นฟูระบบนิเวศบนบกและทะเลเพื่อ ความสมดุล ของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน
กรอบการดำเนินงานด้านการปกป้องระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ
การจัดหาวัตถุและการตรวจสอบย้อนกลับ
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
ผู้บริโภคในปัจจุบันมีความสนใจและใส่ใจกับข้อมูลผลิตภัณฑ์อาหารมากขึ้นเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมาทั้งในแง่ของคุณภาพและความปลอดภัยข้อมูล บนฉลากที่บ่งชี้ส่วนผสม และวันหมดอายุอาจจะไม่เพียงพอสำหรับผู้บริโภคอีกต่อไปแล้ว เมื่อผู้บริโภคยังต้องการทราบถึงแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์คุณภาพในกระบวนการผลิต ความปลอดภัย ไม่มีการปนเปื้อน และข้อมูลอื่นๆ ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการเลือกซื้ออาหาร
ระบบทวนสอบย้อนกลับจึงเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้นในการให้ข้อมูลเส้นทางของอาหารนั้นๆ ตั้งแต่วัตถุดิบ ผ่านกระบวนการผลิตจนมาถึงมือผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังช่วยผู้ผลิตลดความสูญเสียในการเรียกคืนสินค้า สามารถเรียกคืนได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็วในปริมาณที่ควรจะเป็น บริษัทมีการพัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานด้วยระบบตรวจสอบที่แม่นยำ รวดเร็ว และ โปร่งใส สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นกลไกในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่สำคัญ โดยเฉพาะการ ป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ และคู่ค้าธุรกิจยังคงปฏิบัติตามระบบการตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างต่อ เนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าวัตถุดิบมาจากแหล่งที่มีการจัดหาอย่างยั่งยืน
CASE STUDY
การประเมินต้นทุนทางธรรมชาติ เพื่อรักษาระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ
จากการที่บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด ได้ร่วมมือกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ซึ่งเป็นสมาชิก World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) กลุ่มธุรกิจได้นำ Natural Capital Protocol หรือกรอบการประเมินต้นทุนทางธรรมชาติที่ WBCSD ได้พัฒนาร่วมกับองค์กรระดับโลก ได้แก่ Conservation International, The B Team, PwC และ Sustain Value มาเป็นแนวทางในการประเมิน ต้นทุนทางธรรมชาติขององค์กร เพื่อศึกษาศักยภาพและความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ประเมิน เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ และนำผลลัพธ์ที่ได้ไปหาแนวทางการอยู่ร่วมกัน ระหว่างการใช้ประโยชน์และการรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติ
เครือฯ ได้คัดเลือกโรงงานข้าวนครหลวง ของบริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด มาเป็นโครงการศึกษานำร่องในการประเมินต้นทุนทางธรรมชาติ เนื่องจากโรงงานตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำป่าสัก อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และใช้ระบบการขนส่งสินค้าทางน้ำเพื่อความสะดวกรวดเร็วผ่านทางท่าเรืออยุธยาและไอซีดี ทำให้โรงงานข้าวนครหลวงมีการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติซึ่งก่อให้เกิดทั้งผลกระทบและการพึ่งพากัน จึงเล็งเห็นความสำคัญในการประเมินมูลค่าของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อเป็นต้นทุนทางธรรมชาติของโรงงานข้าวนครหลวง
กรอบแนวทางการประเมิน
CSR Term Break ปิดเทอมใหญ่หัวใจนักอนุรักษ์
CSR SPIRIT จิตอาสานำครอบครัวพนักงาน ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ เครือเจริญโภคภัณฑ์จัดกิจกรรม CSR Term Break ปิดเทอมใหญ่หัวใจนักอนุรักษ์ จำนวน 2 ครั้ง เพื่อปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ อุทยานแห่งชาติหาดวนกร จ.ประจวบคีรีขันธ์
เพื่อให้พนักงานและครอบครัวได้ร่วมกิจกรรม CSR SPIRIT จิตอาสาแบ่งปันช่วยเหลือสังคมร่วมกับองค์กรสร้างความรักความผูกพัน สื่อสารภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรสู่สังคมภายนอกกรมอุทยานสัตวป่าและพันธุ์พืชบรรยายถึงความหลากหลายทางชีวภาพทางบกและทะเลให้ทีมงานได้ทำโปสการ์ดใบไม้เล่าถึงความประทับใจ ดำน้ำสำรวจความสมบูรณ์ของปะการัง บริเวณเกาะจานและเกาะท้ายทรีย์ ซึ่งมีความสวยงามและมีความสำคัญเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำทางทะเลของอ่าวไทย
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
การปกป้องระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ
สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน
SDG 4คุณภาพการศึกษา
4.4 เพิ่มจำนวนประชาชนที่มีทักษะที่จำเป็น และการเป็นผู้ประกอบการ
SDG 8งานที่เหมาะสม และการเติบโตทางเศรษฐกิจ
8.3 ส่งเสริมนโยบายที่มุ่งเน้นการสร้างงานและความเป็นผู้ประกอบการ
SDG 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน
9.4 ปรับปรุงอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการใช้เทคโนโลยี
มุมมองของเรา
เราตระหนักดีว่า ความแข็งแกร่งของห่วงโซ่ขึ้นอยู่กับโซ่ข้อมีแข็งแกร่งน้อยที่สุด ด้วยเหตุนี้บริษัทฯ จึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับคู่ค้าธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อมุ่งสู่การปฏิบัติที่เป็นเลิศ ครบทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ ถือเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ๋ในการขับเคลื่อนเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก ข้อจำกัดดังกล่าวมิได้ทำให้บริษัทฯ ยุติหรือย่อท้อ แต่ในทางกลับกัน บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นอย่างตั้งใจจริง เพื่อพัฒนาศักยภาพของคู่ค้าให้ดียิ่งขึ้น เราจะร่วมกันคิด ร่วมกันสร้าง เพื่อก้าวสู่ความยั่งยืนไปพร้อมๆกัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อพัฒนาประเทศที่บริษัทฯ ได้มีการดำเนินธุรกิจหรือเข้าไปลงทุน ตามหลักค่านิยม 3 ประโยชน์
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ
แนวทางการบริหารจัดการ
ธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ให้ความสำคัญกับการบริหาร ห่วงโซ่อุปทานโดยการกำหนดขั้นตอนการบริหาร เพื่อเป็นแนวทางสำหรับทุกบริษัทในกลุ่มธุรกิจฯ ให้มีการบริหารห่วงโซ่อุปทาน ไปในทิศทางเดียวกัน โดยในการบริหารห่วงโซ่ อุปทานนั้น กลุ่มธุรกิจฯ เริ่มต้นจากการสื่อสารคู่มือ จรรยาบรรณสำหรับคู่ค้า ไปยังคู่ค้าธุรกิจทุกราย เพื่อให้คู่ค้าธุรกิจได้รับทราบนโยบายและความ คาดหวังของกลุ่มธุรกิจฯ และสามารถทำงานร่วมกัน ได้อย่างต่อเนื่อง
การสร้างความตระหนักและความเสี่ยง
ธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ มีการดำเนินงานธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าเป็นจำนวนมาก ทางกลุ่มธุรกิจได้รับนโยบายจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ และมีความมุ่งมั่นในการสร้างความตระหนักเรื่องการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ กับคู่ค้าธุรกิจหลัก (Critical Supplier) เป็นอันดับแรก โดยหลักการที่ใช้ในการแบ่งประเภทคู่ค้าหลักมีดังนี้
1.คู่ค้าที่เป็นผู้ส่งมอบวัตถุดิบหลักที่เป็นส่วนประกอบสำคัญ
2.คู่ค้าที่เป็นผู้ส่งมอบวัตถุดิบหลักที่หาทดแทนไม่ได้
3.คู่ค้าที่มีมูลค่าการซื้อ-ขายสูง
นอกจากนี้ได้บ่งชี้เพื่อค้นหาคู่ค้าธุุรกิจที่มีความเสี่ยงด้วยการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุุปทานผ่านเกณฑ์ประเมิน 2 มิติ คือระดับความรุนแรงของผลกระทบ และโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงซึ่งประเด็นความเสี่ยงที่ใช้ในการประเมินนำมาจากช่องทาง ที่เชื่อถือได้ดัังนี้ 1) ข่าวสาร 2) ผลการดำเนินงานในอดีต 3) ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวเนื่องกับอุุตสาหกรรม และ 4) แนวโน้ม ความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดในอนาคต ทั้งนี้้การประเมินความเสี่ยงครอบคลุมถึงกลุ่มวัตถุดิบ กลุ่มบรรจุภัณฑ์ และกลุ่มผู้ให้บริการที่ไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะคู่ค้าธุุรกิจลำดับที่1 (Tier 1) ที่ทำการซื้้อ-ขาย โดยตรงเท่านั้นแต่ยังคงรวมถึงคู่ค้าธุุรกิจลำดับอื่นๆ (Non-Tier 1) อีกด้วย
กระบวนการตรวจประเมินคู่ค้าธุรกิจ
การพัฒนาศักยภาพของคู่ค้าธุรกิจ
ธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ มุ่งมั่นสร้างเสริมศักยภาพคู่ค้า ในมิติต่างๆ ที่จำเป็นทั้งการผลิตอย่างปลอดภัยและมีความยั่งยืน จึงนำระบบการจัดการมาประยุุกต์ใช้ เพื่อให้มีการวางแผนการดำเนินงานและการปรับปรุุงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสร้างเครือข่่ายการเรียนรู้ ประยุุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และส่งเสริมด้าน การตลาดเพื่อเพิ่มคุณค่าและส่งเสริมศักยภาพให้คู่ค้า และดำเนินธุุรกิจอย่างยั่งยืน
CASE STUDY
การตรวจประเมินคู่ค้าสำคัญ
ธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ มีจัดตั้งคณะกรรมการตรวจประเมินการปฎิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ เป็นมาตรฐาน และแนวทางการปฏิบัติการ จัดทำทะเบียนคู่ค้าธุรกิจหลัก ( Critical 1Tier Supplier ) รวมทั้งได้กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการประเมินคู่ค้าธุรกิจ และ มาตรฐานการปฏิบัติการ หลังจากการจัดลำดับคะแนนการประเมินแล้ว ทั้งการจัดทำแบบประเมินตนเอง ( Self assessment ) และการตรวจประเมินของคณะผู้ตรวจประเมิน ดังนี้
ภาพการตรวจประเมินจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าธุรกิจ
ผลตรวจประเมินจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าธุรกิจ
รางวัล The Best Supplier Award 2022
คุณริญญภัสร์ ภัทรศักดิ์วัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการธุรกิจข้าว ในนามข้าวตราฉัตร (บริษัท ซี.พี.ฟู้ดสโตส์ จำกัด) รับรางวัลคู่ค้าที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพสินค้า บริการที่ดี มาตรฐานราคา และการจัดส่งที่มีคุณภาพ จาก บริษัท เซ็น ซัพพลายเซน จำกัด ตอกย้ำจุดยืนผู้ผลิตสินค้าข้าวที่มีคุณภาพร่วมเป็นคู่ค้าที่เคียงคู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ