Visitor Counter
ผู้เยี่ยมชม
0000

call emergency

+88 036 656 99

toward net zero
our Commitment on
toward net zero
toward net zero
our Commitment on
toward net zero
ผลการดําเนินการพัฒนาอย่างยั่งยืน

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด และบริษัทในกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร

Health Living Well

ธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของความยั่งยืนด้าเศรษฐกิจ จึงได้ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดการเติบโตขององค์กรในมุมมองเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพอย่างต่อเนื่องในระยะยาว มีกระบวนการวางแผน และกำหนดเป้าหมายที่ต้องการจะบรรลุที่ชัดเจน ตลอดจนมีกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพและรองรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ ที่นำไปสู่ความยั่งยืน ได้รับการยอมรับจากลูกค้า ปลูกฝังอยู่ในกิจกรรมของคนในองค์กร สื่อไปถึงตราสินค้าและผลิตภัณฑ์ขององค์กร

สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน

SDG 2 ยุติความยากจน

2.1  การเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัยที่เป็นระดับสากล

2.2  ยุติภาวะทุพโภชนาการทุกรูปแบบ

SDG 3 สุขภาพดีและสวัสดิภาพที่ดี

3.4  ลดการตายจากโรคไม่ติดต่อ และสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดี

3.B  สนับสนุนการวิจัย, การพัฒนา และ ให้มีการเข้าถึงยาและวัคซีนในราคา ที่สามารถซื้อหาได้ในระดับสากล

มุมมองของเรา

ธุรกิจพืชครบวงจร มุ่งมั่นทุ่มเทในการวิจัย และพัฒนาสินค้าให้ได้ตามมาตรฐานการผลิตและมาตรฐานสินค้าเกษตร มีการควบคุมและตรวจสอบคุณภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า พร้อมทั้งส่งเสริมความรู้และเทคโนโลยีให้กับเกษตรกร ผ่านการสื่อสารที่มีข้อมูลครบถ้วน เข้าใจง่ายและถูกต้อง รวมถึงพัฒนากระบวนการตามมาตรฐานสากล ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของพนักงาน และคนในชุมชน

แนวทางการบริหารจัดการนวัตกรรม

ธุรกิจพืชครบวงจร มีความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้ และยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น  ตามปรัชญาการดำเนินธุรกิจว่า  “เกษตรกร คือ คู่ชีวิต”   ดังนั้นที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร  จึงจัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิต  การปฏิบัติการหลังการเก็บเกี่ยว  และสนับสนุนทางการเงิน ตลอดจนเชื่อมโยงกับกลุ่มธุรกิจภายในเครือเจริญโภคภัณฑ์  เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ที่เข้าไปลงทุน ให้สามารถดำรงชีวิตตามปัจจัยขั้นพื้นฐานในสังคมได้อย่างยั่งยืน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

สุขภาพและสุขภาวะที่ดี

สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน

สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน

1.2   ลดความยากจนอย่างน้อย 50%

1.4  สิทธิเท่าเทียมกันในการเป็นเจ้าของ, บริการขั้นพื้นฐาน เทคโนโลยี และทรัพยากรทางเศรษฐกิจ

SDG 4 คุณภาพการศึกษา

4.4  เพิ่มจำนวนประชาชนที่มีทักษะที่จำเป็นด้านการเงิน

SDG 8 งานที่เหมาะสม และการเติบโตทางเศรษฐกิจ

8.6  ส่งเสริมเยาวชนให้มีงานทำ, มีการศึกษา และได้รับการฝึกอบรม

SDG 10 ลดความไม่เสมอภาค

10.1   ลดความไม่เท่าเทียมกันของรายได้

ความท้าทาย

ธุรกิจพืชครบวงจร มองเห็นว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสภาวะการแบ่งแยกของผู้คนในสังคม (Social polarization) และการขาดความไว้เนื้อเชื่อใจในสังคม (Lack of social trust) ปัจจุบันสภาพแวดล้อมของสังคมมีความไว้เนื้อเชื่อใจต่ำ ทำให้ธุรกิจมีความเสี่ยงด้านชื่อเสียง และด้านการกำกับดูแลจากหน่วยงานทางการเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของการดำเนินธุรกิจในระยะยาว ดังนั้นปัญหาความเหลื่อมล้ำจึงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสังคมที่อยู่ใกล้ตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นความเสี่ยงต่อภาคธุรกิจได้เช่นเดียวกัน ในขณะเดียวกันธุรกิจต้องมีการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจ และสังคม โดยนำความต้องการ หรือความคาดหวังของคนในสังคมมาบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายขององค์กร

แนวทางการบริหารจัดการการสนับสนุนเกษตรกร

ธุรกิจพืชครบวงจร มีความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้ และยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น  ตามปรัชญาการดำเนินธุรกิจว่า  “เกษตรกร คือ คู่ชีวิต”   ดังนั้นที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร  จึงจัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิต  การปฏิบัติการหลังการเก็บเกี่ยว  และสนับสนุนทางการเงิน ตลอดจนเชื่อมโยงกับกลุ่มธุรกิจภายในเครือเจริญโภคภัณฑ์  เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ที่เข้าไปลงทุน ให้สามารถดำรงชีวิตตามปัจจัยขั้นพื้นฐานในสังคมได้อย่างยั่งยืน

การสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง

แนวทางการบริหารจัดการ

ธุรกิจพืชครบวงจร  มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามแนวทางซี.พี.สู่ความเป็นเลิศ (C.P. Excellence) บนสำนึกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมตามปรัชญา 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable Development Goals (SDGs) ทั้ง 3 ด้าน อันประกอบด้วย สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อขจัดความยากจน ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร สร้างคุณภาพชีวิต แบ่งปันโอกาสทางการศึกษา มีความเท่าเทียมทางเพศ บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เข้าถึงพลังงานหมุนเวียนสมัยใหม่ สนับสนุนงานที่มีคุณค่าให้สอดคล้องการเติบโตทางเศรษฐกิจ พัฒนาอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานด้วยนวัตกรรม ลดความเหลื่อมล้ำของรายได้ มีถิ่นฐานของชุมชนและเมืองที่ปลอดภัย รองรับการบริโภคและแผนการผลิตที่เหมาะสม ดูแลสภาพภูมิอากาศ ทรัพยากรทางทะเล และระบบนิเวศบนพื้นดิน เกิดความเที่ยงธรรม และสันติสุข ยกระดับความร่วมมือสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ประกอบด้วย

  • พัฒนาการศึกษา
  • อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและสังคม

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

คุณค่าและการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้แก่สังคม

สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน

SDG 3 สุขภาพดีและสวัสดิภาพที่ดี

3.4  ลดการตายจากโรคไม่ติดต่อ และสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดี

SDG 8 งานที่เหมาะสม และการเติบโตทางเศรษฐกิจ

8.8  ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว

มุมมองของเรา

ธุรกิจพืชครบวงจรให้ความสำคัญ ในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ไม่น้อยกว่าคุณภาพสินค้า ดังนั้นทุกกระบวนการการทำงานต้องเกิดความปลอดภัย ไม่ส่งผลต่อสุขภาพของพนักงาน และไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำกระบวนการชี้บ่งอันตราย และประเมินความเสี่ยงของทุกกิจกรรมงานที่ปฏิบัติ รวมถึงเมื่อมีกิจกรรมใหม่หรือมีเครื่องจักรใหม่เข้ามา ต้องมีการชี้บ่งอันตราย และประเมินความเสี่ยงก่อนเริ่มงานทุกครั้ง เพื่อให้ทราบถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น พร้อมกับหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไขและป้องกัน

ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

แนวทางการบริหารจัดการ

มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการทำงาน โดยยึดมั่นต่อการดูแลใส่ใจพนักงาน ผู้รับเหมา ผู้มาติดต่อ ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียในการดำเนินธุรกิจตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน จึงกำหนดนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อให้เป็นแนวปฏิบัติและยกระดับการดำเนินงานด้านความปลอดภัยขององค์กร โดยมีแนวทางการปฏิบัติดังนี้

1.กำหนดให้ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบประจำของผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ และถือว่าผลสำเร็จในการดำเนินงานเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินผลการปฏิบัติงาน

2.บริษัทจะสนับสนุนงบประมาณ และทรัพยากรต่างๆ เพื่อการพัฒนาการดำเนินงานด้านความปลอดภัยฯ เพื่อให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการนำนโยบายไปปฏิบัติ รวมถึงสื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบผลการดำเนินการ

3.จัดให้พนักงานทุกระดับ ได้รับการอบรมความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน  เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของการมีระบบความปลอดภัยฯ ที่ดี ให้เกิดความมีส่วนร่วมในการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

4.ให้มีการบริหารความเสี่ยงด้านความปลอดภัยฯ การจัดการภาวะวิกฤติที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยบูรณาการเข้ากับทุกกิจกรรมของการดำเนินธุรกิจ ในทุกระดับงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเป็นการป้องกัน และลดผลกระทบจากอันตราย ลดการบาดเจ็บ ความเจ็บป่วยของพนักงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความเสียหายต่อชื่อเสียง และทรัพย์สิน และไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนภายนอก

5.ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ทั้งในระดับประเทศ ระดับท้องถิ่น และสอดคล้องตามมาตรฐานสากล ข้อกำหนดของลูกค้าและหน่วยงานต่างๆ

6.ติดตาม และรายงานประสิทธิผล การบริหารความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้กับผู้บริหารทุกระดับ เพื่อนำไปปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับรูปแบบการรายงานตามมาตรฐานสากล

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน

SDG 8 งานที่เหมาะสม และการเติบโตทางเศรษฐกิจ

8.2  สร้างความหลากหลาย นวัตกรรมและยกระดับผลิตภาพทางเศรษฐกิจ

SDG 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน

9.5  สร้างความหลากหลาย นวัตกรรมและยกระดับผลิตภาพทางเศรษฐกิจ

9.B  สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีภายในและความหลากหลายของอุตสาหกรรม

SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

17.17  สนับสนุนความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ

มุมมองของเรา

ความท้าทายของธุรกิจในยุคดิจิทัล คือการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว  ดังนั้นเพื่อให้สามารถตอบสนอง และสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกษตร จึงต้องมีการปรับปรุงและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ รวมถึงการให้ความสำคัญเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม  ธุรกิจพืชครบวงจร จึงให้ความสำคัญทั้งในเรื่องการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา เพราะเชื่อมั่นว่าจะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว รวมไปถึงสร้างคุณค่าให้สังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน

การบริหารจัดการนวัตกรรม

แนวทางการบริหารจัดการ

เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล หรือยุค 4.0 ธุรกิจพืชครบวงจรเชื่อว่า นวัตกรรมจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้เราก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในระดับโลกหรือ Mega Trend จึงกำหนด และดำเนินการตามกรอบการบริหารจัดการด้านนวัตกรรมของบริษัท ประกอบด้วย การสร้างแพลตฟอร์ม (Platform) การพัฒนาบุคลากร และวัฒนธรรมองค์กร (People) การพัฒนากระบวนการ (Process) ได้แก่ นวัตกรรมแบบเปิด และการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (Pipeline) ซึ่งพื้นฐานสำคัญคือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพลิกโฉมองค์กร เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่การเป็นองค์กรนวัตกรรมทั่วทั้งองค์กร

การสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรม

ธุรกิจพืชครบวงจร ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อสร้างโอกาส และต่อยอดนวัตกรรม ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสังคม  เริ่มจากการเน้นการดำเนินงานของพนักงานระดับปฏิบัติการ โดยมุ่งเน้นให้พนักงานแก้ปัญหาหน้างานด้วยตนเอง  จึงมีการสร้างระบบข้อเสนอแนะ(Suggestion) และมีการสร้างแรงจูงใจ โดยสร้างเวทีให้พนักงานได้นำเสนอผู้บริหาร เมื่อพนักงานได้มีการพัฒนาและเกิดเป็นวัฒนธรรมในระดับหนึ่ง  ลำดับถัดไปมีเป้าหมายให้พนักงานทำงานร่วมกัน จึงมีการเซ็ตการทำงานเป็นทีม โดยใช้แนวคิดของ QCC System ให้พนักงานรวมกลุ่มกัน แก้ไขปัญหาที่ยากขึ้น มีการร่วมกันตัดสินใจระหว่างทีมเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ผ่านโครงการ “One for all” ครอบคลุมเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพ การลดต้นทุน และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นมุ่งเน้นการร่วมมือกันแบบ Cross Function พัฒนาสู่กระบวนการ Innovation System ส่งเข้า CP INNOVATION ของเครือฯ ทั้งนี้ในระดับองค์กร ได้จัดเวทีให้พนักงานแสดงศักยภาพในการประกวดผลงาน ในงาน PD  Award  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูนวัตกรผู้คิดค้นผลงาน และเพื่อแบ่งปันความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของพนักงาน ทั้งนี้ผลงานที่มีความโดดเด่นจะได้รับการพัฒนา และยกระดับไปสู่การประกวดนวัตกรรมของเครือเจริญโภคภัณฑ์

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

การบริหารจัดการนวัตกรรม

สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน

SDG 16 ความสงบสุข ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง

16.7  สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุมมีส่วนร่วม และมีความเป็นตัวแทนที่ดี ในทุกระดับการตัดสินใจ

SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

17.6 ยกระดับหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

17.7  สนับสนุนความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ

มุมมองของเรา

ธุรกิจพืชครบวงจรมีความเชื่อมั่นว่า การกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นปัจจัยสำคัญต่อเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และนำเครือฯ ไปสู่ความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนั้นยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว การกำกับดูแลกิจการที่ดีนั้น แสดงให้เห็นถึงการมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งช่วยสร้างความไว้วางใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่า  ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและความร่วมมือจากพนักงานทุกระดับ โดยมีคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง ให้การส่งเสริมสนับสนุน เพื่อให้การกำกับดูแลกิจการเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

กรอบการดำเนินงานกับผู้มีส่วนได้เสีย

แนวทางการบริหารจัดการ

ธุรกิจพืชครบวงจร มีการประกาศนโยบาย และพิจารณาผู้มีส่วนได้เสีย ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจในขอบเขตของแต่ละบริษัท พร้อมทั้งวิเคราะห์ความสัมพันธ์ผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร เพื่อให้สะท้อนบริบทการดำเนินงานของธุรกิจอย่างครอบคลุม ซึ่งจะทำให้บริษัทระบุได้ว่าในการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยครอบคลุมคณะกรรมการ พนักงาน ลูกค้า เกษตรกร คู่ค้า ชุมชนและสังคม ภาครัฐ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร สื่อมวลชน และคู่แข่งทางการค้า บริษัทวิเคราะห์ประเด็นที่ผู้มีส่วนได้เสีย มีผลกระทบและมีความคาดหวังต่อองค์กร รวมถึงประเด็นที่องค์กรมีผลกระทบและมีความคาดหวังต่อผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งบริษัทได้ให้ความสำคัญและดำเนินการเพิ่มผลกระทบเชิงบวกและลดผลกระทบเชิงลบ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน พัฒนาศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

บริษัทกำหนดวิธีการมีส่วนร่วม กับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม เพื่อให้สามารถสื่อสาร จัดการประเด็น และได้นำประเด็นที่มีนัยสำคัญมาใช้ในการกำหนดแนวทางการตอบสนองความต้องการ กับผู้มีส่วนได้เสีย และสร้างความผูกพันอย่างสอดคล้องในทิศทางเดียวกันทั้งองค์กร

การรับฟังเสียงจากผู้มีส่วนได้เสีย

ธุรกิจพืชครบวงจร ได้รวบรวมประเด็นและข้อคิดเห็น ซึ่งครอบคลุมมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนร่วมจัดลำดับความสำคัญของประเด็นดังกล่าว นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการสัมภาษณ์ ผู้แทนกลุ่ม ผู้มีส่วนได้เสียถึงมุมมองต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัท และได้นำประเด็นที่มีนัยสำคัญมาใช้ในการกำหนดแนวทางการตอบสนองความต้องการกับผู้มีส่วนได้เสีย และสร้างความผูกพันอย่างสอดคล้องในทิศทางเดียวกันทั้งองค์กร ครอบคลุมการสัมภาษณ์โดยตรง การใช้แบบสำรวจ และการสำรวจข้อมูลโดยบริษัทที่ปรึกษา เพื่อให้ได้ประเด็นที่มีนัยสำคัญที่ชัดเจน

การสร้างความมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในแต่ละพื้นที่ นับเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างรากฐาน สู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน โดยผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท คือ กลุ่มบุคคลที่ได้รับผลกระทบทั้งเชิงบวก และเชิงลบจากการดำเนินธุรกิจ ครอบคลุมทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งบริษัทมีความยินดีอย่างยิ่งในการรับฟังเสียง จากผู้มีส่วนได้เสียผ่านช่องทางที่หลากหลาย ซึ่งได้นำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เหล่านั้น มาวิเคราะห์เพื่อให้เข้าใจถึงความคาดหวังและความต้องการ ก่อนที่จะตอบสนองด้วยแนวทางที่สามารถบริหารจัดการประเด็นต่าง ๆ ที่มีความสำคัญทั้งต่อธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเหมาะสม

กรอบการดําเนินงานกับผู้มีส่วนได้เสีย

โครงการปลูกป่าในบ้าน ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ

ตามที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ มีนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน  และมุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรที่ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ (Carbon Neutral) ภายในปี 2573  และยังตั้งเป้าหมายระยะยาวมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2593

ธุรกิจพืชครบวงจร จึงได้เริ่มดำเนินการ “โครงการปลูกป่าในบ้าน (Green Home)” ขึ้น เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 ณ  สถานีวิจัยแสงพัน  อ.วังม่วง  จ.สระบุรี  ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างผู้บริหาร และพนักงานจิตอาสา ปลูกไม้ยืนต้นชนิดต่างๆอาทิ ต้นพะยุง  แคนา มะฮอกกานี ฯ พร้อมทั้งส่งมอบกล้าไม้ให้กับตัวแทนหน่วยงานต่างๆทั้งในและนอกประเทศ  เพื่อนำไปปลูกเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ขององค์กร 

หลังจากนั้น วันที่ 11 สิงหาคม 2565 ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ ได้ประกาศเจตนารมณ์การมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ปี 2573 ตามนโยบายของเครือซีพีอีกครั้ง  เพื่อกระตุ้นการมีส่วนของทุกหน่วยในการขับเคลื่อนการปลูกต้นไม้ตามแผนงานและเป้าหมายที่วางไว้ คือ ปลูกไม้ยืนต้นในโครงการปลูกป่าในบ้าน  ควบคู่ไปกับการดูแล และอนุรักษ์ผืนป่าต้นน้ำสำคัญผ่านโครงการธรรมชาติปลอดภัยฯ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1.2 ล้านต้นภายในปี 2568 ซึ่งปัจจุบันดำเนินการไปแล้วกว่า 9 แสนต้น

โครงการปลูกป่าในบ้าน (ประเทศไทย)

โครงการปลูกป่าในบ้าน (ต่างประเทศ)

กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย: พนักงาน

ช่องทาง
การมีส่วนร่วม
ประเด็นที่อยู่ในความสนใจ
(ที่สอดคล้อง กับประเด็น
ที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืน)
ประเด็นที่มีนัยสำคัญ
ด้านความยั่งยืน
การดำเนินงาน
เพื่อตอบสนอง
ประโยชน์ที่
ผู้มีส่วนได้เสียได้รับ
-อินทราเน็ต, CPTG & CROP Connect Mobile Applications

-อีเมล และ สื่อโซเชียล

-พูดคุยและประชุม คณะทำงานต่างๆ

-การดำเนินงานของ คณะกรรมการ สวัสดิการและคณะ กรรมการ ความปลอดภัย (คปอ.)

-การสำรวจความพึง พอใจและความผูกพัน ของพนักงานต่อองค์กร

-เปิดช่องทางรับฟัง ข้อเสนอแนะ และข้อร้องเรียน
-ค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการ

-ความก้าวหน้าในอาชีพ

-สภาพแวดล้อมในการ ทำงาน

-ความปลอดภัยและ อาชีวอนามัย
-การกำกับดูแล กิจการ

-สิทธิมนุษยชน และการปฏิบัติ ด้านแรงงาน

-การพัฒนาผู้นำ และ ทรัพยากร บุคคล
-ปฏิบัติต่อพนักงาน ตามหลักสิทธิ มนุษยชน

-พัฒนาศักยภาพ พนักงานอย่างต่อ เนื่อง

-รักษาไว้ซึ่งพนักงาน ที่เก่งและดีพัฒนา ระบบบริหารงาน บุคคล

-ดำเนินงานตาม มาตรฐานแรงงาน ไทย

-กำหนดนโยบาย และแนวปฏิบัติด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อม ในการทำงาน
-พนักงานได้รับการ ฝึกอบรมที่เหมาะสม

-การเตรียมความ พร้อมและพัฒนา ผู้นำ

-การดำเนินการกับ ข้อร้องเรียนและ แจ้งเบาะแส

-การตรวจประเมิน การจัดการความ ปลอดภัย อาชีว อนามัย และ สภาพแวดล้อมใน การทำงาน

กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย: ชุมชนและสังคม

ช่องทาง
การมีส่วนร่วม
ประเด็นที่อยู่ในความสนใจ
(ที่สอดคล้อง กับประเด็น
ที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืน)
ประเด็นที่มีนัยสำคัญ
ด้านความยั่งยืน
การดำเนินงาน
เพื่อตอบสนอง
ประโยชน์ที่
ผู้มีส่วนได้เสียได้รับ
-รายงานความยั่งยืน ประจำปี/ รายงาน CSR

-รับฟังและสำรวจ ความคิดเห็น

-เปิดช่องรับข้อร้องเรียน

-สานเสาวนาชุมชน ลงพื้นที่เยี่ยมชุมชน อย่างสม่ำเสมอ

-จัดกิจกรรมส่งเสริม คุณภาพชีวิต
-ผลกระทบจากการดำเนิน ธุรกิจที่มีผลต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อม

-การมีส่วนร่วมในการ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตชุมชน

-มีกระบวนการข้อร้องเรียน อย่างเป็นธรรม

-การสื่อสารการดำเนินงาน อย่างรวดเร็วและโปร่งใส
-คุณค่าทางสังคม

-การจัดการการ เปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ

-การดูแลรักษา ทรัพยากรน้ำ

-การปกป้องระบบ นิเวศและความ หลากหลายทาง ชีวภาพ
-ควบคุมดูแล ประสิทธิภาพ ระบบป้องกัน มลพิษ

-สนับสนุนให้เกิด การเพิ่มคุณภาพ ชีวิต และสร้าง รายได้ แก่ชุมชน

-นำขีดความ สามารถของบริษัท มาเป็นเครื่องมือใน การสร้างผล กระทบเชิงบวก และบรรเทา ผลกระทบเชิงลบ
-การดำเนินงานเพื่อ เพิ่มคุณค่าทางสังคม

-การจัดการการ เปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ

-การดูแลรักษา ทรัพยากรน้ำ

-การปกป้องระบบ นิเวศและความ หลากหลายทาง ชีวภาพ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

การสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้เสีย