บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในกลุ่มธุรกิจข้าว ขนส่ง และบริการ
Health Living Well
บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของความยั่งยืนด้านสังคม โดยดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดการพัฒนาพนักงานและสังคมให้เชื่อมโยงกับมิติทางเศรษฐกิจขององค์กร โดยให้สิทธิและโอกาสที่จะได้รับการดูแลและผลประโยชน์ที่เป็นธรรม กระตุ้นให้พนักงานเห็นคุณค่าของการทำงานและเกิดความซื่อสัตย์ต่อองค์กร มีช่องทางการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสีย มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ มีระบบการจัดการมีสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย สร้างสังคมรอบข้างให้เป็นสังคมที่มีคุณภาพ ได้รับการยอมรับจากสังคมและชุมชนในการประกอบการ ปลูกฝังอยู่ในกิจกรรมของคนในองค์กรสื่อไปถึงตราสินค้าและผลิตภัณฑ์ขององค์กร เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ในการเป็นบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจข้าวครบวงจร และเกษตรอุตสาหกรรม ภายใต้กรอบวิสัยทัศน์ พันธกิจ และนโยบายฯ จึงกำหนดเป้าหมายความยั่งยืนด้านสังคม
-
สุขภาพและสุขภาวะที่ดี
-
คุณค่า และการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้แก้สังคม
-
ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
-
การบริหารจัดการนวัตกรรม
-
การสร้างความผู้พันกับผู้มีส่วนได้เสีย
สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน
SDG 2 ยุติความยากจน
2.1 การเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัยที่เป็นระดับสากล
2.2 ยุติภาวะทุพโภชนาการทุกรูปแบบ
SDG 3 สุขภาพดีและสวัสดิภาพที่ดี
3.4 ลดการตายจากโรคไม่ติดต่อ และสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดี
3.B สนับสนุนการวิจัย, การพัฒนา และให้มีการเข้าถึงยาและวัคซีนในราคาที่สามารถซื้อหาได้ในระดับสากล
มุมมองของเรา
บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ มีความตั้งใจที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และผลักดันโครงการเพื่อส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภค โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ข้าว ที่เป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท โดยอ้างอิงตามแนวทางเพื่อสุขภาพของประเทศไทยและสากล โดยใช้ศักยภาพและทรัพยากรของบริษัทฯ และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียในการสร้างสรรค์ เน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาวะของประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่2 และ3 มุ่งเน้นขจัดความหิวโหยและส่งเสริมการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด มุ่งมั่นทุ่มเทในการคิดค้น และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีขึ้นของผู้บริโภค รวมทั้ง นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่านการวิจัยและพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยี ด้านอาหารที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล โดยการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหาร ซึ่งถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะ ส่งเสริมให้นักวิจัยและพัฒนาอาหารมีความคิดสร้างสรรค์ และแสดงศักยภาพในการ ทดลองผลิตสินค้าใหม่ อีกทั้งยังเป็นการเน้นย้ำ ความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาอาหารมนุษย์ ด้วยทีมงานวิจัยที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของร่างกายที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย และคิดค้น นวัตกรรมอาหารเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ที่ดีของผู้บริโภคโดยมีโรงงานต้นแบบที่สามารถทดลองและพัฒนาการผลิตสินค้า ตอบสนองความต้องการของตลาดได้ทันที
บริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและ สุขภาวะที่ดีขึ้น เนื่องจากแนวโน้มในการรับประทานอาหารโดยผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภค หันมาให้ความสำคัญกับคุณประโยชน์หรือสารอาหารเป็นอันดับแรกๆ โดยบริษัทฯได้ทำการผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีศูนย์การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่ที่ อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

การบริหารจัดการนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
แนวทางการบริหารจัดการ
สุขภาพและสุขภาวะที่ดีของประชากรทุกคนในแต่ละประเทศเป็น ประเด็นสำคัญจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถ ของประเทศนั้นๆ ในอนาคต รวมไปถึงช่วยลดภาระต้นทุน ค่ารักษาพยาบาลในระดับประเทศลงได้ บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด ในฐานะผู้นำในธุรกิจเกษตร อุตสาหกรรมและ อาหาร ธุรกิจค้าปลีก ตระหนักดีว่าเป็น ส่วนหนึ่ง ที่สามารถร่วมบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้ศักยภาพของกลุ่มธุรกิจฯ ซึ่งมีหน้าที่หลักที่ต้องการนำเสนอสินค้าและ บริการที่ส่งเสริม คุณภาพชีวิต ส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของประชาชน
มุ่งมั่นทุ่มเทในการวิจัยและพัฒนาสินค้า ใช้การบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล มีการควบคุมและ ตรวจสอบคุณภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า พร้อมทั้งส่งเสริม ความรู้และภาวะโภชนาการที่ดีให้เกิดในสังคมวงกว้าง ผ่านการบริหารจัดการ 4Ps ที่เน้นพัฒนาบุคลากร (People) พัฒนากระบวนการตามมาตรฐานสากล (Process) พัฒนา ผลิตภัณฑ์ที่สร้างเสริมสุขภาพและสุขภาวะที่ดีให้กับ ผู้บริโภค (Product) และส่งเสริมสุขภาพ (Promotion of Health) ด้วยการสื่อสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการควบคู่ ไปกับการดำเนินโครงการที่ ส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะที่ดี
ข้าว กข 43 “ สุขภาพดีได้ทุกมื้อ ”
ปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่ ใส่ใจในเรื่องการกินมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นของหวานของมัน ของคาว ก็มักจะเลือกสินค้าที่มีน้ำตาลค่อนข้างน้อย เพื่อสุขภาพของตัวเองและคนที่รัก
ข้าวฉัตรไลท์ จึงตอบโจทย์ ในการเลือกที่สุด เปรียบเหมือน ในตอนที่เราสั่งกาแฟหวานน้อย ข้าวฉัตรไลท์ จึงเป็น “ข้าวหวานน้อย” ที่มีค่าดัชนีน้ำตาล ปานกลางค่อนข้างต่ำ เหมาะกับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและเหมาะกับมอบให้คนที่คุณรัก เพราะเป็นข้าวที่นุ่ม น้ำตาลน้อยแต่ยังคงความอร่อยสไตล์หอมมะลิ
ผลิตภัณฑ์ “ข้าวตราฉัตร” ยอดนิยม
ข้าวตราฉัตร (Royal Umbrella) ตอกย้ำคุณภาพมาตรฐาน การเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกข้าวไทยสู่ระดับโลก ในงาน “THAIFEX – ANUGA ASIA” งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดในเอเชียที่จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ณ ศูนย์การประชุม อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยมีคุณฐิติ ลุจินตานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด ให้การต้อนรับนักธุรกิจและคู่ค้า จากต่างประเทศ อาทิ เซเนกัล สาธารณรัฐโกตดิวัวร์ (ไอวอรีโคสต์) บรูไน ดารุสซาลามซาอุดีอาระเบีย อิรัก คูเวต สหรัฐอเมริกา แคนาดา เบลเยียม อิตาลี สเปน สหราชอาณาจักร สิงค์โปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย จีน ญี่ปุ่น และ ออสเตรเลีย เป็นต้น ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเจรจาการค้าระหว่างผู้ส่งออกไทยและผู้ซื้อจากทั่วโลก เพิ่มโอกาสการเจรจาทางธุรกิจและขยายตลาดนำเสนอสินค้าข้าวไทยให้เป็นที่รู้จักนานาประเทศทั่วโลก
“ข้าวตราฉัตร” โชว์ศักยภาพผู้นำด้านการผลิตและส่งออกข้าวไทยสู่ระดับโลก ตอกย้ำมาตรฐานคุณภาพสินค้าและการบริการที่ผู้บริโภคทั่วโลกมั่นใจและ ให้การยอมรับมาโดยตลอด
CASE STUDY
มหกรรมอาหาร C.P. FOOD FAIR 2023
เครือเจริญโภคภัณฑ์ นำโดย CEO ศุภชัย เจียรวนนท์ ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และคณะผู้บริหารระดับสูง ให้เกียรติเยี่ยมชมบูธ ข้าวตราฉัตร ภายในงาน C.P. FOOD FAIR 2023 มหกรรมอาหาร เครื่องดื่มและสินค้าเครือเจริญโภคภัณฑ์ “โชว์ ชม ชิม ช้อป” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เทศกาลลอยกระทง” ในวันที่ 26 พ.ย. 66 โดยมี คุณฐิติ ลุจินตานนท์ ประธานผู้บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการ ให้การต้อนรับ ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
ข้าวตราฉัตร ร่วมออกบูธภายใต้แนวคิด "ที่สุดแห่งความอร่อย 2 สไตล์” ให้ผู้บริโภคเลือกข้าวหอมมะลิแบบที่ตนเองชอบ
🍚สไตล์แรก ข้าวหอมมะลิใหม่ตราฉัตร
” หอม นุ่ม เหนียว ตลอดปี ” นำเสนอ เมนู ไก่เบญจาเทอริยากิ
🍚สไตล์ที่สอง ข้าวตราฉัตรทอง
” หอม นุ่ม หุงสวย เป็นเมล็ด ” นำเสนอ เมนู ข้าวผัดกุ้ง ธัญพืชกระทงทอง
ข้าวชาวนาไทย ปีที่ 5
ข้าวตราฉัตรและบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเติบโตเคียงคู่สังคมยั่งยืน อย่างต่อเนื่องกับโครงการ “ข้าวชาวนาไทย” ปีที่ 5 ผนึกกำลังธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ ผ่านโครงการ “ข้าวชาวนาไทย” ปีที่ 5 ข้าวหอมมะลิคุณภาพรับซื้อจากเกษตรกรโดยตรง นำเข้ากระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานจากโรงงานปรับปรุงคุณภาพและบรรจุถุงภายใต้แบรนด์ “ข้าวชาวนาไทย” พร้อมส่งต่อรอยยิ้มจากชาวนาสู่ทุกๆจาน
ช่องทางจำหน่าย เซเว่นอีเลฟเว่น โลตัส แม็คโคร นำศักยภาพของธุรกิจในเครือ ผลิตและจัดจำหน่าย ข้าวชาวนาไทย ขนาด 5 กิโลกรัม ราคาเพียง 189 บาท เท่านั้น ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม นี้ เป็นต้นไป จึงอยากเชิญชวนผู้บริโภค มาทดลองชิมข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดูที่มาจากชาวนาโดยตรง เก็บเกี่ยวทุกรอยยิ้ม ทุกคำมีความหมาย สร้างรอยยิ้ม ความสุข และความภูมิใจให้ชาวนาไทย
งานรณรงค์บริโภคข้าวไทย “เด็กไทย กินข้าวไทย”
งานรณรงค์บริโภคข้าวไทย “เด็กไทย กินข้าวไทย” ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธานในพิธี กล่าวเปิดงาน โดยมีคุณยงยุทธ พฤกษ์มหาดำรง รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารข้าวตราฉัตร และดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย ได้เข้าร่วมพิธีเปิดงาน และร่วมมอบรางวัลกิจกรรม ประกวดหุงข้าวจากน้องๆ โรงเรียนที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ แถมข้าวตราฉัตรยังมีเมนูพิเศษไอศกรีม ที่ทำจากข้าวหอมใหม่ตราฉัตร มาฝากกันด้วยจ้า
จัดโดย กรมการค้าภายใน ร่วมกับ สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 บริเวณชั้น 4 โซน A ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์
ปีนี้ ข้าวตราฉัตร ยังคงตอกย้ำมาตรฐานคุณภาพสินค้าและการบริการที่ผู้บริโภคทั่วโลกมั่นใจและให้การยอมรับมาโดยตลอดผ่านการยืนยันด้วยรางวัลระดับโลกที่ได้รับมาอย่างต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
สุขภาพและสุขภาวะที่ดี
สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน
SDG 1 ยุติความยากจน
1.2 ลดความยากจนอย่างน้อย 50%
1.4 สิทธิเท่าเทียมกันในการเป็นเจ้าของบริการขั้นพื้นฐาน เทคโนโลยี และทรัพยากรทางเศรษฐกิจ
SDG 4 คุณภาพการศึกษา
4.4 เพิ่มจำนวนประชาชนที่มีทักษะที่จำเป็นด้านการเงิน
SDG 8 งานที่เหมาะสม และการเติบโตทางเศรษฐกิจ
8.6 ส่งเสริมเยาวชนให้มีงานทำ มีการศึกษา และได้รับการฝึกอบรม
SDG 10 ลดความไม่เสมอภาค
10.1 ลดความไม่เท่าเทียมกันของรายได้
มุมมองของเรา
ปัญหาความเหลื่อมล้ำเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสภาวะการแบ่งแยกของผู้คนในสังคม (Social polarization) และการขาดความไว้เนื้อเชื่อใจในสังคม (Lack of social trust) ปัจจุบันสภาพแวดล้อมของสังคมมีความไว้เนื้อเชื่อใจต่ำทำให้ธุรกิจมีความเสี่ยงด้านชื่อเสียง และด้านการกำกับดูแลจากหน่วยงานทางการเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของการดำเนินธุรกิจในระยะยาว ดังนั้นปัญหาความเหลื่อมล้ำจึงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสังคมที่อยู่ใกล้ตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นความเสี่ยงต่อภาคธุรกิจได้เช่นเดียวกัน
ในขณะเดียวกันธุรกิจต้องมีการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจ และสังคม โดยนำความต้องการหรือความคาดหวังของคนในสังคมมาบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายขององค์กร
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2566
กลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อเพิ่มคุณค่าทางสังคม
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัดและบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ ได้พัฒนากลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อเพิ่มคุณค่าทางสังคม โดยอ้างอิงถึงอัตลักษณ์ที่แสดงถึงตัวตนของเครือฯได้แก่ ความกตัญญู และความซื่อสัตย์ ค่านิยม 3 ประโยชน์ ระบบการบริหาร ซีพี สู่ความเป็นเลิศ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้ยุทธศาสตร์ ปี 2573 นอกจากปัจจัยภายในแล้ว บริษัทฯ ยังได้นำประเด็นข้อกังวลของชุมชนสังคม และเป้าหมาย การพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติเข้ามาร่วมพิจารณาในการพัฒนากลยุทธ์เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการตอบสนองต่อความต้องการของ ชุมชนสังคมอย่างยั่งยืน และการเติบโตทางธุรกิจของบริษัทฯ ในภาพรวมกลยุทธ์ระดับองค์กรเพื่อเพิ่มคุณค่าทางสังคมของบริษัทฯ มุ่งเน้นไปที่การดำเนินงาน เชิงรุกใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การส่งเสริมอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกร การสนับสนุนองค์ความรู้และเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย และการสนับสนุนการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ กลุ่มเปราะบาง
นอกจากนี้ เครือฯ ยังได้นำโครงการซีพีเพื่อความยั่งยืนมาขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและพนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่ในทุกประเทศทั่วโลกให้มีการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมไปในทิศทางเดียวกัน
การส่งเสริมเกษตรกรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกร
บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัดและบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ ให้ความสำคัญกับภาคเกษตรซึ่งในระบบเศรษฐกิจสังคมไทย และทั่วโลก เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่คนจำนวนมากและ เกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงมีความยากจน เนื่องจาก เกษตรกรขาด 4 เรื่อง คือขาดเงินทุน ขาดความรู้ ขาดเทคโนโลยี และขาดตลาด ในขณะที่ธุรกิจฯ มีทรัพยากรและสามารถสร้างความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยเฉพาะการขจัดความยากจน ซึ่งจะสนับสนุนเป้าหมายที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 1
ธุรกิจฯ ดำเนินงานโครงการส่งเสริมเกษตรกรรายย่อย ในโครงการส่งเสริมของบริษัทฯ ด้วยความมุ่งหวังที่จะส่งเสริมอาชีพและรายได้แก่เกษตรกรไทย โดยไม่การผูกมัดเป็นสัญญา แต่ให้โอกาสกับเกษตรกรในการที่จะขายสินค้าไปยังผู้ซื้อที่ให้ราคาที่เหมาะสมที่สุด เป็นการทำธุรกิจที่เกษตรกรมีตลาดรองรับผลผลิตที่แน่นอน และบริหารจัดการนาข้าวภายใต้มาตรฐานเดียวกับบริษัท ซึ่งเทียบเท่ามาตรฐานสากลเพื่อประโยชน์โดยตรงต่อเกษตรกรในด้านการมีรายได้ที่แน่นอน และเพื่อให้ผู้บริโภคได้บริโภคอาหารคุณภาพและปลอดภัย
ผลการดำเนินงานสนับสนุนเกษตรกร ปลูกข้าว ปี 2566
SUSTAINABILITY AGRICULTURE
ส่งเสริมเกษตรกรเพาะปลูก
แนวทางการบริหารจัดการ
ความท้าทายที่ส่งผลไปทั่วโลกในปัจจุบันคือจำนวนประชากรโลก ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้ประชากรกลุ่มเปราะบางได้รับความเท่าเทียมในสังคมจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่เกิดขึ้น ภายใต้แนวคิดที่ว่า “การสร้างรากฐานทางธุรกิจ ให้แข็งแรง ต้องดำเนินควบคู่ไปพร้อมกับการสร้างรากฐาน คุณภาพชีวิตของคนในสังคม” จึงทำให้ธุรกิจฯ มีแนวคิดและตระหนักถึงการสนับสนุนแก่คนในสังคมอย่างต่อเนื่อง
บริษัทเชื่อมั่นว่าธุรกิจจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ชุมชนและสังคมจะต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กัน เราจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมและชุมชน และด้วยตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของพลเมืองที่ดีและหลักปรัชญา 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืนของบริษัท (ต่อประเทศ ประชาชน และบริษัท)
เราจึงมุ่งส่งเสริมกิจกรรมต่างๆที่เอื้อประโยชน์แก่ประชากรกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้พิการ ผู้สูงวัย เด็ก ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม โดยเฉพาะรอบพื้นที่ที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่ โดยใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญที่มีในการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมผ่านรูปแบบการสนับสนุนที่หลากหลายได้แก่ การสนับสนุนเงินการมอบสิ่งของ การทำจิตอาสา รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงอาหารที่ถูกหลักโภชนาการและการศึกษาอย่างทั่วถึง เพื่อร่วมสร้างสังคมให้มั่นคงและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาในภาพรวมของประเทศ

ส่งเสริมผู้พิการ "ปันน้ำใจให้ผู้พิการ“ ออกหน่วยขาเทียมพระราชทานร่วมมูลนิธิขาเทียม
ประเทศไทยมีผู้พิการขาขาดจำนวนมากที่ต้องการขาเทียมเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถประกอบอาชีพและหาเลี้ยงครอบครัวด้วยความภาคภูมิใจ ไม่เป็นภาระต่อสังคม แต่ภาระค่าใช้จ่ายในการจัดทำขาเทียมมีราคาที่สูง มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สามารถทำขาเทียมในราคาที่ถูกเพราะสามารถหาวัสดุทดแทนการนำเข้าจัดทำขาเทียมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ไม่เลือกเชื้อชาติ ศาสนา (ไม่ต้องมีบัตร) จึงเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือและสนับสนุนการออกหน่วยขาเทียมพระราชทานมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 15 ปี มอบข้าวตราฉัตรเพื่อสนับสนุนคณะแพทย์และช่างกายอุปกรณ์ตลอดระยะเวลาการทำขาเทียม และตลอดทั้งปีงบประมาณที่จะมีการออกหน่วย 5 ครั้งต่อปี
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
คุณค่าและการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้แก่สังคม
สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน
SDG 3 สุขภาพดีและสวัสดิภาพที่ดี
3.4 ลดการตายจากโรคไม่ติดต่อ และสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดี
SDG 8 งานที่เหมาะสม และการเติบโตทางเศรษฐกิจ
8.8 ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว
มุมมองของเรา
บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยกว่าคุณภาพสินค้า ดังนั้นทุกกระบวนการการต้องเกิดความปลอดภัย ไม่ส่งผลต่อสุขภาพของพนักงานและไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงมีกระบวนการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงของทุกกิจกรรมงานที่ปฏิบัติรวมถึง เมื่อมีกิจกรรมใหม่หรือมีเครื่องจักรใหม่เข้ามา ต้องมีการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงก่อนทุกครั้งก่อนเริ่มงาน เพื่อให้ทราบถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นพร้อมกับหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไขและป้องกัน
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
ข้อมูลและการดำเนินงานที่สำคัญ ด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
การบริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัดและบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการทำงาน โดยยึดมั่นต่อการดูแลใส่ใจพนักงาน ผู้รับเหมา ผู้มาติดต่อ ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียในการดำเนินธุรกิจตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน จึงกำหนดนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อให้เป็นแนวปฏิบัติและยกระดับการดำเนินงานด้านความปลอดภัยขององค์กร โดยมีแนวทางการปฏิบัติดังนี้
- ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ทั้งในระดับประเทศ ระดับท้องถิ่น ข้อกำหนดลูกค้า และหน่วยงานต่างๆ และสอดคล้องตามมาตรฐานสากล
- ให้ความสำคัญกับการป้องกันการบาดเจ็บ และการเจ็บป่วยจากการทำงาน ประเมินความเสี่ยงอันตรายจากการทำงาน และดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าระบบการป้องกัน และแก้ไขความเสี่ยงถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ให้คำปรึกษาและเน้นการมีส่วนร่วมของพนักงาน และผู้เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พร้อมทั้งพัฒนาให้มีความรู้ สร้างจิตสำนึก อันจะนำไปสู่การปฏิบัติจนเป็นวัฒนธรรมความปลอดภัย
- สนับสนุนทรัพยากรที่เกี่ยวข้องในการดำเนินระบบด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างเพียงพอและเหมาะสมติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบาย และแผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
กลยุทธ์การดำเนินงานอุบัติเหตุเป็นศูนย์
ผู้ฝึกสอน เเละทดสอบการขับขี่รถยก ตามมาตรฐานเครือเจริญโภคภัณฑ์
ด้วยบริษัทฯ ได้ประกาศแต่งตั้งผู้ทำหน้าที่ทดสอบปฏิบัติการขับขี่รถยกของธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ เพื่อทำหน้าที่ฝึกสอนและทดสอบพนักงานที่รับผิดชอบใช้งานรถยกประจำแต่ละโรงงาน ซึ่งจำเป็นต้องผ่านการฝึกอบรม และทดสอบตามมาตรฐานของเครือเจริญโภคภัณฑ์ แต่ด้วยตำแหน่งงานดังกล่าวมีการหมุนเวียนผู้ขับขี่บ่อย ทำให้แต่ละโรงงานประสบปัญหารอระยะเวลานานในการส่งพนักงานเข้ารับการฝึกอบรม และสอบตามมาตรฐานของเครือฯ ส่งผลกระทบ ต่อการปฏิบัติงานของโรงงาน จึงได้กำหนดผู้ทำหน้าที่ดังกล่าวข้างต้นขึ้น สำหรับฝึกสอน และทดสอบการขับรถยกของพนักงานประจำแต่ละโรงงาน โดยปฏิบัติตามหลักสูตรมาตรฐานเครือเจริญโภคภัณฑ์
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องจัดหลักสูตรการฝึกอบรมนี้ขึ้น เพื่อให้ผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้ทำหน้าทดสอบปฏิบัติการขับรถยกของธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ การเป็นผู้สอน ผู้ทดสอบการขับรถยกได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานเครือเจริญโภคภัณฑ์ สำหรับดำเนินการออกใบรับรองการขับขี่รถยกตามมาตรฐานเครือเจริญโภคภัณฑ์ต่อไป
พัฒนาเกณฑ์และกระบวนการตรวจประเมิน SHE
CPCRT จัดอบรมความรู้เรื่องเกณฑ์และกระบวนการตรวจประเมิน SHE ก่อนเดินหน้าการตรวจประเมินความปลอดภัย อาชีวอนามัย ทุกหน่วยงานของกลุ่มตามแผนงานที่วางไว้ตามที่เครือเจริญโภคภัณฑ์มีเป้าหมายสนับสนุนให้ทุกกลุ่มธุรกิจของเครือฯ มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีสุขอนามัย และปลอดอุบัติเหตุในการทำงาน รวมทั้งลดความเสี่ยงในการเกิดโรคจากการทำงานของพนักงานและความปลอดภัยของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ทางสำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ(CPCRT) นำโดย ดร.สดุดี สุพรรณไพ รองกรรมการผู้จัดการ จึงได้จัดการอบรมออนไลน์หลักสูตร “เกณฑ์การตรวจประเมินประสิทธิภาพด้าน SHE” เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับคณะกรรมการตรวจประเมินประสิทธิผลด้าน SHE ของกลุ่ม ตลอดจนผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 89 ราย
การอบรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากสำนักกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ประกอบด้วย คุณเอนก บูรณะภักดี, คุณเกสมณี สืบวงศ์, คุณกิตติ ศรีรัตนะ, คุณบุญมี ปัญญากรณ์ และคุณลัลลนา กนกชัยปราโมทย์ เป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องเกณฑ์ และกระบวนการตรวจประเมิน SHE ตามมาตรฐานของเครือฯ รวมทั้งยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คำแนะนำและตอบข้อซักถาม เพื่อให้คณะกรรมการตรวจประเมินประสิทธิผลด้าน SHE ของกลุ่ม CPCRT นำไปปรับใช้
ทั้งนี้ ในปี 2567 สำนักบริหารความยั่งยืนฯ วางแผนร่วมกับคณะกรรมการตรวจประเมินฯลงพื้นที่ เพื่อติดตามและตรวจประเมิน SHE ทุกหน่วยงานของกลุ่ม โดยเบื้องต้นตั้งเป้าที่จะทำการตรวจประเมินให้แล้วเสร็จภายในครึ่งปีแรกของปี จากนั้นจะนำข้อมูลต่างๆมาวิเคราะห์และจัดทำแผนปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
CPTG SHEEE DAY 2023
หลักการและเหตุผล
ด้วยโครงการนครหลวงได้ดำเนินการจัดงานนิทรรศการความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม พลังงาน 5ส ความรับผิดชอบต่อสังคม และความยั่งยืนองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อปีที่ผ่านมาได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานเป็นการเข้าฐานกิจกรรม ซึ่งผลตอบรับอยู่ในระดับดีมาก ทางคณะทีมงานผู้จัดจึงจัดในรูปแบบของฐานกิจกรรมต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมแก่บุคลากรภายในโครงการทุกระดับ และเพื่อสื่อสาร นำสาระความรู้ ตลอดจนสร้างความเข้าใจในประเด็นด้านความยั่งยืนองค์กรอย่างทั่วถึง
วัตถุประสงค์
- เพื่อสื่อสารประเด็นสำคัญของงานด้านความยั่งยืนองค์กร
- เพื่อกระตุ้นให้บุคลากรในโครงการนครหลวงทุกระดับมีส่วนร่วมในกิจกรรม
เป้าหมาย
- พนักงานระดับปฏิบัติการและผู้รับเหมาแรงงานได้รับความรู้ ความเข้าใจ จากการเข้าฐานกิจกรรมอยู่ในระดับมาก (แบบสอบถาม / QR CODE)
- ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจในภาพรวมการจัดงานอยู่ในระดับมาก (แบบสอบถาม / QR CODE)
- พนักงานระดับปฏิบัติการและผู้รับเหมาแรงงานกะเช้า เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 70%
- ผู้จัดการแผนกและผู้จัดการฝ่ายเข้าร่วมเป็น STAFF จัดฐานกิจกรรม ไม่น้อยกว่า 90%
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน
SDG 8 งานที่เหมาะสม และการเติบโตทางเศรษฐกิจ
8.2 สร้างความหลากหลาย นวัตกรรมและยกระดับผลิตภาพทางเศรษฐกิจ
SDG 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน
9.5เพิ่มพูนการวิจัยและยกระดับเทคโนโลยีของภาคอุตสาหกรรม
9.B สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีภายในและความหลากหลายของอุตสาหกรรม
SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
17.17 สนับสนุนความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ
มุมมองของเรา
ความท้าทายของเศรษฐกิจในยุค 4.0 คือความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีทิศทางใหม่ๆ ที่เป็นทิศทางระดับโลกที่บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ต้องปรับตัวตาม ไม่เว้นแม้แต่ในอุตสาหกรรมเกษตร ยิ่งไปกว่านั้นบริบทในการดำเนินธุรกิจยังให้ความสำคัญเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น นวัตกรรมจึงเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญและเชื่อมั่นว่าจะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว รวมไปถึงสร้างคุณค่าให้สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
การบริหารจัดการนวัตกรรม
นวัตกรรมนับว่าเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ และสอดคล้องกับการปฏิบัติตามค่านิยม “สร้างสรรค์สิ่งใหม่” นวัตกรรมจะส่งผลให้องค์กรเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และสามารถมอบคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียขององค์กรได้อย่างต่อเนื่อง บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด และบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ ได้มีการกำหนดทิศทาง วัตุประสงค์ เป้าหมาย และกลยุทธ์ เพื่อพัฒนาองค์กรให้มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม ประกอบด้วย การกำหนดนโยบายการจัดการนวัตกรรม การทำให้เกิดนวัตกรรม การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนการสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมทั่วทั้งองค์กร
บริษัทฯ มุ่งเน้นการปลูกฝังทัศนคติและจิตใต้สำนึกของพนักงานในการปรับปรุง พัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ทั้งยังส่งเสริมให้พนักงานเติบโตและก้าวหน้าไปพร้อมกับองค์กร บริษัทฯ ดำเนินการจัดให้มีเวทีการประกวดผลงานเป็นประจำทุก 2 ปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อแบ่งปันความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สำหรับพนักงานในบริษัทฯ นอกจากนั้นบริษัทฯยังส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมโดยการสร้างแรงจูงใจในการให้รางวัล และมีระบบการให้คะแนนผลงานที่ผ่านเข้ารอบมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน เพื่อเป็นคะแนนสะสมส่วนบุคคลของพนักงาน และก้าวสู่การเป็นนวัตกรในระดับต่างๆของเครือเจริญโภคภัณฑ์

การสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรม
บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ เห็นความสำคัญต่อการปลูกฝังและการสร้างทัศนคติที่ดีต่อการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และพัฒนาต่อยอดไปสู่การสร้างนวัตกรรม ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสังคม ทางบริษัทฯ เริ่มจากการเน้นการดำเนินงานของพนักงานระดับปฏิบัติการ โดยมุ่งเน้นให้พนักงานแก้ปัญหาหน้างานด้วยตนเอง จึงมีการสร้างระบบข้อเสนอแนะ (Kaizen Suggestion) และมีการสร้างแรงจูงใจโดยสร้างเวทีให้พนักงานได้นำเสนอผู้บริหาร เมื่อพนักงานได้มีการพัฒนาและเกิดเป็นวัฒนธรรมในระดับหนึ่งลำดับถัดไปมีเป้าหมายให้พนักงานทำงานร่วมกันจึงมีการเซ็ตการทำงานเป็นทีม โดยใช้แนวคิดของ QCC System ให้พนักงานรวมกลุ่มกัน แก้ไขปัญหาที่ยากขึ้น มีการร่วมกันตัดสินใจระหว่างทีมเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ผ่านกระบวนการ CPI Project ครอบคลุม เรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพ การลดต้นทุน และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง จากนั้นมุ่งเน้นการร่วมมือกันแบบ Cross Function พัฒนาสู่กระบวนการ Innovation System ส่งเข้า CP INNOVATION ของเครือ ทั้งนี้ในระดับกลุ่มธุรกิจ ได้จัดเวทีให้พนักงานแสดงศักยภาพในการประกวดผลงาน ในงาน CPI Award โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูนวัตกรผู้คิดค้นผลงาน และเพื่อแบ่งปันความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของพนักงาน ทั้งนี้ผลงานที่มีความโดดเด่นจะได้รับการพัฒนาและยกระดับไปสู่การประกวดนวัตกรรมของเครือเจริญโภคภัณฑ์
โครงการพอใจวันเดียว
จากเป้าหมายการนำค่านิยมสู่การปฏิบัติผ่านการทำโครงการพอใจวันเดียว โดยการริเริ่ม ปรับปรุุงสร้างสรรค์งานของตนเองซึ่งทำให้พนักงานได้มีทัศนคติที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง พอใจในความสำเร็จในปัจจุุบันเพียงวันเดียว พร้อมทั้งคิดค้นหาวิธีการทำงานในปัจจุบันให้ดีขึ้นอยู่เสมอ ด้วยการสร้างสรรค์ สิ่งใหม่ ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย หรือทำเร็วและมีคุณภาพ เพื่่อสร้างประโยชน์ต่อตนเอง บริษัทหรือสังคมภายนอก ทั้งนี้ทางกลุ่มธุรกิจฯ ได้ส่งเสริมให้พนักงานคิดค้นโครงการใน 3 รูปแบบ ดังนี้

ซึ่งผลจากแนวคิดนี้ทำให้พนักงานมีความเข้าใจในค่านิยมของเครือฯ แบบเป็นรููปธรรม การขับเคลื่อนโครงการในครั้งนี้ จึงพยายามผลักดันให้พนักงานมีส่วนร่วม ในโครงการให้้มากยิ่งขึ้นโดยมีการให้คะแนนสำหรับพนักงานที่ทำโครงการ โดยคะแนนนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการเทียบชั้นเป็นนวัตกรของเครือฯ ปัจจุบันโครงการพอใจวันเดียวดำเนินการเข้าสู่ปีที่สี่ ณ สิ้นปี 2565 มีพนักงานเข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 359 คน ผ่านการทำโครงการปรับปรุุงงานจำนวน 514 โครงการ นอกจากนั้น พนักงานที่มีส่วนร่วมในการทำโครงการยังได้สะสมคะแนนเพื่อเป็นนวัตกรของเครือฯ ส่งผลให้มีนวัตกรทุกระดับรวมกันทั้งสิ้น 185 คน ทำให้พนักงานมีทัศนคติที่ดีในการปรับปรุุงงาน พยายามคิดค้นหาวิธีการใหม่ๆ มาปรับปรุุงงานของตนเอง และนี่คือแนวคิดพื้นฐานของการนำค่านิยมของเครือฯ สู่การปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นหนึ่งใน พื้นฐาน สู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม
CASE STUDY
PD Award 2023 Innovations come together
คุณประสิทธิ์ ดำรงชิตานนท์ รองประธานกรรมการ ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานมอบรางวัลโครงการ “PD Award 2023 : Innovations come together” ว่าปัจจุบันสภาพสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ดังนั้นเพื่อให้องค์กรสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ จึงได้นำแนวคิดค่านิยมของเครือเจริญโภคภัณฑ์เรื่อง “ยอมรับการเปลี่ยนแปลง” และ “สร้างสรรค์สิ่งใหม่” มาปรับใช้ในการทำธุรกิจ พร้อมกันนี้ ยังได้จัดโครงการ PD Award ขึ้นเพื่อสนับสนุนให้พนักงานได้เรียนรู้ สร้างสรรค์ และมองหาโอกาสใหม่ไม่หยุดนิ่ง ตลอดจนการสร้างนวัตกรรมภายในองค์กร
โดยในปีนี้โครงการ “PD Award 2023 : Innovations come together” มาจากแนวคิดร่วมสร้างนวัตกรรมไปด้วยกัน เพื่อกระตุ้นให้พนักงานร่วมกันแปลงแนวคิดสู่การปฏิบัติงานจริง
ทั้งนี้มีโครงการที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 55 โครงการจากโครงการที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมด 400 กว่าโครงการ
สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลประกอบด้วย 6 ผลงานจากรางวัล 3 ประเภทผลงาน ได้แก่
- ประเภทข้อเสนอแนะดีเด่น 2 รางวัลคือ โครงการ CPP-EN 31 โรงงานปรับสภาพเมล็ดพันธุ์ซอย19 (ธุรกิจพืชครบวงจร) และโครงการมาตรฐานการปล่อยข้าวหัก โรงงานข้าววังแดง (ธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ)
- ประเภทลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพดีเด่น 2 รางวัลคือ โครงการเชื้อไตรโคเดอร์มา TG10 สายพันธุ์ต้านทานสารกำจัดศัตรูพืช ศูนย์วิจัยฯประกันคุณภาพดินและปุ๋ย(ธุรกิจพืชครบวงจร) และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพเตาเผาแกลบของกระบวนการอบลดความชื้น โรงสีข้าวสุพรรณบุรี (ธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ)
- ประเภทนวัตกรรมดีเด่น 2 รางวัลคือ โครงการโยกซ้าย โยกขวา โรงงานปรับสภาพเมล็ดพันธุ์ซอย19 (ธุรกิจพืชครบวงจร) และโครงการ ICP เร็วกว่านี้ มันต้องเร็วกว่านี้ ทีม R&D Packaging (ธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ)
“ขอแสดงยินดีกับเจ้าของผลงานที่ได้รับรางวัลทั้ง 6 ผลงาน ขณะเดียวกันก็ขอชื่นชมกับโครงการทั้งหมดกว่า 400 กว่าที่ส่งเข้าประกวดในครั้งนี้ เพราะสิ่งที่สำคัญกว่ารางวัลที่ได้รับ คือความตั้งใจ และการมีส่วนร่วมของทีมงานที่เรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้น นำมาปรับปรุงและคิดค้นกระบวนการทำงานใหม่ๆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น ซึ่งนอกจากจะเกิดประโยชน์กับองค์กรทั้งในแง่การลดต้นทุน ประหยัดเวลา รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆแล้ว องค์ความรู้บางอย่างยังถูกถ่ายทอดสู่เกษตรกร และเกิดประโยชน์กับคู่ค้าของเราอีกด้วย” คุณประสิทธิ์กล่าว



อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
การบริหารจัดการนวัตกรรม
สนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน
SDG 16 ความสงบสุข ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง
16.7 สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วม และมีความเป็นตัวแทนที่ดี ในทุกระดับการตัดสินใจ
SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
17.6 ยกระดับหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
17.7 สนับสนุนความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ
มุมมองของเรา
การสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างครอบคลุม ถือเป็นหัวใจสำคัญและถูกนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนากลยุทธ์ของบริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการดำเนินงานขององค์กรและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้มีส่วนได้เสีย โดยดำเนินการพิจารณาความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองด้วยแนวทางที่สามารถบริหารจัดการประเด็นที่มีความสำคัญทั้งต่อธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเหมาะสม
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
การสำรวจการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างมูลค่า คุณค่า ตลอดจนการสร้างสัมพันธ์ที่ดีและการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มกับองค์กรอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจฯ ให้ความสำคัญกับการรับฟัง การมีส่วนร่วมและการร่วมมือกันของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มพร้อมทั้งผนวกและวิเคราะห์ประเด็นเหล่านี้กับประเด็นภายนอกที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก นอกจากนี้ใด้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกในการเพิ่มศักยภาพการจัดการ การใช้แนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสม การแบ่งปันความรู้และทรัพยากรที่สร้างประโยชน์ตลอดห่วงโซ่คุณค่า
บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ จัดทำการสำรวจการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสีย โดยมุ่งเน้นไปที่ด้านการจัดการด้านความยั่งยืนและการสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้เสียของทุกบริษัทเป็นปีแรก เพื่อนำผลการสำรวจมาวิเคราะห์ทบทวนกลยุทธ์และการตำเนินงานของเครือฯ ให้สอดคล้องกับความสนใจและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียได้ดียิ่งขึ้น และเพิ่มโอกาสในการร่วมมือกันให้เกิดการสร้างสรรค์คุณค่าอย่างยั่งยืน

การสำรวจการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียของกลุ่มธุรกิจภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ แบบสำรวจ ประจำปี 2565 ดำเนินการระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน พ.ศ. 2565 โดยมีวัตถุประสงค์การสำรวจดังนี้
- เพื่อประเมินคุณภาพของการมีส่วนร่วมระหว่างบริษัท กับผู้มีส่วนได้เสีย
- เพื่อนำผลการสำรวจไปทำการพัฒนากลยุทธ์การสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท ให้สอดคล้องกับความคาดหวังมากขึ้น
เป้าหมาย : คะแนนความผูกพันจากการสำรวจ เท่ากับ 80%
กระบวนการสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้เสีย
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะรักษาสมดุลระหว่างการสร้างคุณค่า มูลค่าและความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มธุรกิจ ข้าว ขนส่งและบริการ ได้ดำเนินการสื่อสาร รวมถึงการสำรวจการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียที่ครอบคลุมในทุกภูมิภาคทั่วโลกตามฐานการผลิตและการดำเนินธุรกิจของพื้นที่ที่เครือฯเข้าไปดำเนินงาน
ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าการสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้เสียนี้ดำเนินตามหลักการสากลที่มีมาตรฐานและสามารถประยุกต์ใช้กับทุกกลุ่มธุรกิจ เครือฯ ได้นำมาตรฐาน AA1000 (Stakeholder Engagement Standard) มาเป็นแนวทางในการพัฒนาแผนการมีส่วนร่วมและกลไกการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การเตรียมข้อมูลและบุคลากรที่เพียงพอสำหรับการปฏิบัติงานภาคสนาม การวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญ ตลอดจนการรายงานและติดตามผล

บริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินโครงการจัดทำยุทธศาสตร์ความยั่งยืนสู่ปี 2573 มีการสำรวจความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียเชิงลึกโดยที่ปรึกษาภายนอก มีขอบเขตครอบคลุมธุรกิจหลักทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยใช้ทั้งวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนา หารือกับกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการสำรวจความคิดเห็นเชิงปริมาณในแบบสอบถาม เพื่อให้ทราบถึงความต้องการและประเด็นที่ผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มให้ความสำคัญที่ถูกต้องมากที่สุด ซึ่งเป็นการดำเนินงานเพิ่มเติมจากการรวบรวมประเด็นความต้องการและคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียผ่านช่องทางที่ดำเนินการโดยผู้รับผิดชอบตามปกติ
กระบวนการจัดทำรายงานความยั่งยืน ของ บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัดและบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริการ เราสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในระดับธุรกิจ โดยการทบทวนประเด็นการฟังเสียงจากผู้มีส่วนได้เสียจากปีก่อน ผ่านกลไกต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบประเด็นด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กร และรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และความคาดหวัง ของกลุ่มต่าง ๆ ทำ ให้เราเข้าใจประเด็นสำคัญร่วมที่ผู้มีส่วนได้เสียมีความคิดเห็นตรงกัน และได้นำมาวางแผนเพื่อตอบสนองประเด็นดังกล่าว ตลอดจนผลักดันให้เกิดการปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และเพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่มีความสนใจ และความคาดหวังที่แตกต่างกัน กลุ่มธุรกิจฯ จึงสร้างช่องทางการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านกลไกการสื่อสารที่เอื้อต่อการสานสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนทัศนะ ซึ่งความถี่ในการสื่อสารของแต่ละกลุ่มจะแปรผันไปตามแผนงานและความต้องการ ดังแสดงในตารางต่อไปนี้

กรอบการดำเนินงานกับผู้มีส่วนได้เสีย
การร่วมเป็นสมาชิกในองค์กรระดับประเทศ
คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ มีนโยบายการทําธุรกิจอย่างยั่งยืนของทั้งบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ และคู่ค้าของบริษัทในเครือฯ ซึ่งหมายถึง การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน (sustainable supply chain management) และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

ทางบริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทในธุรกิจข้าว ขนส่งและบริหาร มีความประสงค์เข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ถือเป็นหนทางหนึ่งที่จะส่งเสริมให้บริษัททําธุรกิจอย่างยั่งยืนได้มากยิ่งขึ้น เพราะสมาชิกสมาคมฯ จําเป็นต้องปฏิบัติตามหลักสากล 10 ประการ ของ United Nations Global Compact อย่างเคร่งครัด ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ สิทธิมนุษยชน การส่งเสริมสิทธิแรงงาน การรักษาสิ่งแวดล้อมและการต่อต้านการทุจริต ขณะเดียวกันการจัดทํารายงานผลการดําเนินงานตามหลักสากลทั้ง 10 ประการ ซึ่งเป็นข้อกําหนดสําคัญประการหนึ่งในการเป็นสมาชิก จะช่วยส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลในการทําธุรกิจอย่างยั่งยืนขององค์กร และผลที่คาดว่าจะได้รับเหล่านี้ นอกจากจะส่งผลดีต่อสังคมและประเทศโดยรวม สอดคล้องกับหลักปรัชญา 3 ประโยชน์และยุทธศาสตร์ความยั่งยืน 2030 ของเครือเจริญโภคภัณฑ์แล้ว ยังจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อลูกค้า คู่ค้า นักลงทุนและพนักงาน ตลอดจนลดความเสี่ยงของทั้งกลุ่มธุรกิจและเครือฯ อีกด้วย

UN Global Compact Network Thailand
บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด จำกัด ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำโดย ดร. สดุดี สุพรรณไพ รองกรรมการผู้จัดการ สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์จากการปฏิบัติจริงที่เป็นประโยชน์และสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้กับสังคมได้ เพื่อให้เป็นแรงบันดาลใจและเป็นตัวอย่างที่ดีต่อองค์กรอื่น ๆ และสังคมวงกว้าง ในรายการ “We Shift…World Change” ตอน SDGs Talk SDGs เป้าหมายที่ 1ขจัดความยากจนทุกรูปแบบในทุกพื้นที่
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ